3 เคล็ดลับภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้โดนเก็บภาษีย้อนหลัง

โพสต์เมื่อ: 02 มิ.ย. 2016 - ป้ายกำกับ: ,


สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับพรี่หนอม TAXBugnoms คนเดิม เพิ่มเติมเรื่องภาษีกันอีกครั้งใน “บล็อกภาษีข้างถนน” ครับผม หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมมันมีเรื่องภาษีให้เขียนมากมายถึงขนาดนี้ บอกตรงๆครับว่าเขียนไปอีก 10-20 ปีก็ไม่มีวันหมด แฮร่ๆ

สำหรับเรื่องราวของวันนี้มีที่มาจากพี่ว่าน บล็อกเกอร์ผู้โด่งดังเจ้าของเพจ “ว่านน้ำ www.wan-nam.com (ว่านน้ำ)” ได้แชร์ Status ของคุณ Khajorn Chiaranaipanich  มาให้ผมดูตามนี้ครับ

 

 

ซึ่งเรื่องราวแบบนี้ บอกตรงๆเลยครับว่า ฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มักจะต้องเจออยู่เสมอครับ เพราะการจ่ายเงินค่าจ้างของเรานั้นมันไม่ได้รับตรงๆเป็นงวดทุกวันสิ้นเดือนเหมือนมนุษย์เงินเดือน แต่รับตามจำนวนงานที่ทำ ซ้ำร้ายบางงานทำงานเสร็จได้รับเลย บางงานทำงานเสร็จไปนานแล้วได้รับปีหน้า (อันนี้พรี่หนอมก็เคยเจอมาเหมือนกันครับ ฮือๆๆ) ทำให้เกิดปัญหาเวลายื่นภาษีว่าจะยื่นรายได้อย่างไรให้ถูกต้องและไม่มีปัญหากับทางสรรพากร นั่นจึงเป็นที่มาของบทความที่มีชื่อว่า 3 เคล็ดลับภาษีสำหรับฟรีแลนซ์ เพื่อป้องกันไม่ให้โดนเก็บภาษีย้อนหลัง เอาล่ะเรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1. จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย และจัดเก็บเอกสารตามการได้รับเงินจริง หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นจะดูจากการได้รับเงิน (เกณฑ์เงินสด) เป็นหลัก นั่นคือได้รับเงินในปีไหน ถือเป็นรายได้ในปีนั้นครับ ซึ่งการทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะทำให้เราสะดวกและตรวจสอบได้ว่า เงินนั้นมีที่มาจากไหน ถูกหักภาษีไว้เท่าไร (ถ้าถูกหักภาษีไว้ต้องเก็บเอกสารหลักฐานไว้ด้วยนะครับ) บางคนอาจจะใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเดียวเพื่อรับและตรวจสอบรายได้ได้ง่ายๆ (เหมือนกับมนุษย์เงินเดือน) ก็ได้เหมือนกันครับ พอถึงสิ้นปีก็เอารายได้ในปีนั้นที่ได้รับทั้งหมดมาคำนวณภาษี แบบนี้ชีวิตก็จะง่ายขึ้นครับ

2. รายการที่ได้รับเงินแต่ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ก็ควรยื่นภาษีด้วย โดยปกติแล้วรายการที่ได้รับเงินแต่ไม่ถูกหักภาษีไว้นั้น คนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดไม่คิดว่าต้องนำมาเสียภาษี (บางทีก็เนียนๆกันไป อิอิ) แต่ความเป็นจริงมันคือรายได้ของเราที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายครับ เพียงแต่พี่ๆสรรพากร “อาจจะ” ไม่รู้และตรวจสอบไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐานการถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายนั่นเองครับ เลยทำให้ใครหลายคนมองว่า เอ๊ะ.. แบบนี้ก็เป็นสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่ไม่มีใครรู้ว่าเรามีรายได้ ดังนั้นก็ไม่ต้องจ่ายภาษีซะเลย แฮ่มๆๆๆ

แต่ปัญหาสำหรับฟรีแลนซ์ก็คือเรืองนี้เหมือนกันครับ เพราะบางทีไอ้ที่เราเข้าใจว่าไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ จริงๆแล้วมันอาจจะถูกหักไว้ แต่ทางผู้จ้างงานไม่ได้บอก (เนื่องจากรับมาเป็นทอดๆ หรือสำรองจ่ายไปก่อน) จนเราลืมไปว่าเอ๊ะ สุดท้ายแล้วถูกหักหรือไม่หักกันแน่ ดังนั้นการนำรายได้ส่วนนี้มายื่น แม้จะไม่ได้เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่ายมาก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ควรทำครับ เพราะอย่างไรก็ตาม ผมมองว่าวิธีที่ถูกต้องจริงๆ คือ การทำสัญญารับจ้างงานให้ชัดเจน (หากทำได้) หรือทำบัญชีรายรับรายจ่าย กับเรียกเก็บเอกสารต่างๆให้ครบถ้วนก็จะทำให้เราไม่มีปัญหาตรงนี้ครับ



3. เข้าถ้ำเสือโดยติดต่อโดยตรงกับพี่สรรพากร อีกวิธีหนึ่งที่อยากให้ (กล้า) ทำไว้ หรือตรวจสอบกันสำหรับฟรีแลนซ์ นั่นคือ เรื่องของการติดต่อพี่ๆสรรพากรครับ ถ้าหากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะยื่นภาษีไว้ครบ การไปพบพี่สรรพากรในเขตที่เราอยู่แล้วสอบถามตรงๆเลยก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีนะครับ เพราะข้อมูลที่เขามี คือ ข้อมูลที่เราถูกหักภาษีไว้ เราจะได้สบายใจที่ยื่นครบถ้วนไปเลย ยิ่งถ้าใครเคยโดนตรวจก็ลองผูกมิตรกับเจ้าหน้าที่ไว้ครับ เผื่อพี่เค้าจะใจดีบอกเราให้ในอนาคต (ฮ่าๆ) ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้รับประกันผลที่ได้นะครับ เพียงแต่บอกไว้เป็นทางเลือกเท่านั้นครับ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวจริงๆสำหรับข้อผิดพลาดทางภาษีนั้นมีอีก 2 เรื่องครับ เรื่องแรก คือ เงินเพิ่ม ในกรณีที่เราชำระภาษีขาดไป หรือยื่นไม่ครบแล้วต้องเสียเพิ่ม ตรงนี้จะโดนเงินเพิ่มหรือดอกเบี้ยทันทีในอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ยื่นขาด (คิดเป็น 18% ต่อปีเกือบๆจะเท่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตกันเลยทีเดียว) และส่วนใหญ่การตรวจสอบข้อมูลของทางสรรพากรเองก็มักจะย้อนหลังกว่าที่เราจะยื่นไว้ครับ เช่นอาจจะตามมาตรวจรายการที่ยื่นไว้ใน 2 ปีที่แล้วในวันนี้ ซึ่งทำให้เราต้องโดนดอกเบี้ยบานกันเลยทีเดียวครับ

และอีกสิ่งหนึ่งที่น่ากลัว คือ เรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มครับ สำหรับงานฟรีแลนซ์ทั้งหลายนั้น งานรับจ้างต่างๆที่รับทำ หากเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี อาจจะทำให้เราต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยครับ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ว่า ผู้ที่มีรายได้ (ที่ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม) เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีนั้นมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งปกติแล้วลักษณะงานของฟรีแลนซ์ทั้งหลายจะเป็นงานที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้วครับ ดังนั้น ตรงนี้คงต้องระวังไว้ให้ดีด้วยนะคร้าบ

และทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับดีๆที่อยากจะแบ่งปันครับ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฟรีแลนซ์ทุกท่านในการวางแผนภาษีของตัวเองนะครับ หากใครสนใจเรื่องนี้เพิ่มเติมสามารถอ่านบทความเก่าๆ ที่มีชื่อว่า 3 เคล็ดลับวางแผนภาษีและการเงินสำหรับฟรีแลนซ์สำหรับตลอดปี 2016 ได้เลยครับ หรือจะรับฟังคลิปรายการคิดระหว่างบรรทัด เรื่องการจัดการการเงินของฟรีแลนซ์ที่ผมเพิ่งไปสัมภาษณ์มาไม่นานนี้ก็ได้ครับ :)

 

 





Send this to friend

.