3 ด้านที่คุณควรคิด .. เพื่อชีวิตที่ดีด้านการงานและการเงิน

โพสต์เมื่อ: 01 พ.ค. 2016 - ป้ายกำกับ:


สวัสดีครับผม กลับมาพบกันอีกครั้งกับ “บล็อกภาษีข้างถนน” ในฐานะที่วันนี้เป็นวันแรงงาน ผมเลยอยากเขียนบทความอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ “การเงิน” และ “การทำงาน” ฝากไว้ในบล็อกนี้ และหวังว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ได้มาอ่านบทความนี้ คงจะได้ประโยชน์หรือแนวคิดดีๆ ไม่มากก็น้อยนะครับ :)

ก่อนจะเข้าเรื่อง.. ผมขอบอกไว้ก่อนว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียง “ข้อคิดเห็น” จากประสบการณ์ทำงานส่วนตัวของผม นาย TAXBugnoms เท่านั้นนะครับ ถ้าหากได้อ่านแล้วส่วนไหนที่มีประโยชน์ก็นำมาใช้ แต่ถ้าส่วนไหนไม่ใช่หรือไม่ตรงกับจริตก็อย่าไปทำตามให้เสียเวลาครับ เพราะสิ่งสำคัญที่เราทุกคนต้องรู้ คือ “อะไรบ้างที่เหมาะกับเรา” 

เอาล่ะครับ.. ผมขอแยกแนวคิดที่อยากจะเล่าให้ฟัง ออกเป็น 3 ด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ใช้แรงงาน หรือ คนทำงานอย่างเราๆ นั่นคือ เรื่องการเงิน เรื่องแนวคิดในการทำงาน และเรื่องความสำเร็จ

เรื่องเงิน : นิยามคำว่า “รวย” ให้ชัดเจนก่อน

สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าทุกคนควรเริ่มต้นลงมือทำตั้งแต่เริ่มต้นทำงาน นั่นคือ การจัดการการเงิน ของตัวเอง ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้สนใจเรื่องของการใช้จ่าย การเก็บออม แต่มักจะตั้งเป้าหมายไปที่การหารายได้เพิ่มให้เยอะทีสุด จากความคิดที่ว่า ยิ่งมีรายได้เยอะยิ่งมีโอกาสรวย

หากถามว่าความคิดนี้ถูกต้องไหม? ผมคิดว่ามันเป็นความถูกต้อง “ส่วนหนึ่ง” ในการวางแผนการเงิน เพราะเป้าหมายสุดท้ายเราก็ย่อมต้องการที่จะให้มี Passive Income หรือรายได้จากทรัพย์สินที่มากกว่าค่าใช้จ่ายอยู่ดี แต่ก่อนจะไปถึงขึ้นนั้น สิ่งที่เราควรคิดจริงๆ อาจเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า “ต้องมีเท่าไรถึงจะรวยและอยู่ในจุดที่เรียกว่าพอ (จริงๆ)” ซึ่งตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะตอบตัวเองอย่างไร เพราะ “นิยามความรวยของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน” บางคนอาจจะอยากมีร้อยล้าน ในขณะที่บางคนนั้นต้องการเพียงแค่ห้าล้านก็พอ ดังนั้นถ้าหากตรงนี้ยังตอบตัวเองไม่ได้ ผมว่ามันก็เหมือนขับรถไปข้างหน้าโดยที่ไม่รู้ว่ารถคนนั้นควรจะไปจอดลงที่ตรงไหน

เมื่อรู้จำนวนที่คิดว่า “พอ” หลังจากเราค่อยมีหน้าที่หาวิธีการที่จะให้ได้มันมา และเราจะรู้เองแหละครับว่า “เรามีความสามารถในการหาเงินแค่ไหน” ซึ่งการวางแผนการเงิน การคำนวณเป้าหมายการเงินต่างๆ เงินเกษียณ หรืออื่นๆอีกมากมาย ผมเชื่อว่ามีบทความตั้งมากมายที่ให้อ่านกันฟรีๆ ไปจนถึงหนังสือการเงิน คอร์สต่างๆที่มีให้เลือกสรร ซึ่งตรงนี้ผมก็ขอไม่ลงรายละเอียดละกันนะคร้าบบบ เอาเป็นว่าถ้าหากถูกใจใครก็ไปติดตามกันต่อเองครับ

เรื่องงาน : จงทำตัวให้ “คุ้มค่า” และอย่าสร้างความ “เกลียดชัง”

เรื่องต่อมา คือ “แนวคิดในการทำงาน” สำหรับผมเอง ผมตีกรอบแนวคิดในการทำงานของตัวเองอยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ “การทำงานให้คุ้มค่าจ้าง” กับการ “ไม่สร้างความเกลียดชัง”

อย่างที่บอกตั้งแต่ในเรื่องแรกครับว่า ส่วนใหญ่แล้วในโลกของการทำงานเราทุกคนย่อมอยากจะมี “รายได้เพิ่ม” นั่นคือสิ่งที่ทุกคนฝันและหวัง แต่สิ่งที่เราต้องหันกลับมามองดูจริงๆก็คือความจริงที่ว่า “เรามีคุณค่าคู่ควรแก่รายได้นั้นหรือยัง” ผมอยากให้ลองคิดกลับกันในมุมของนายจ้าง (อย่างปราศจากอคติ) ดูก่อนครับว่า ถ้าหากเราเป็นคนจ้าง เราจะยอมจ่ายเงินเท่าไรให้กับความสามารถของคนที่ทำงานได้ในระดับเรา เพราะฉะนั้น อย่าเร่งสร้าง “มูลค่า” ให้กับสิ่งที่เราทำจนลืม “คุณค่า” ที่แท้จริงของมันไป



อีกเรื่องหนึ่งคือ การไม่สร้างความเกลียดชัง นั่นไม่ได้หมายความว่าให้ทำตัวแอ็บใส ไม่โกรธเกลียดใครอย่างไร้สตินะครับ เพียงแต่ไม่อยากให้สร้างความเกลียดชังในจิตใจขึ้นมาทำร้ายตัวเองมากขึ้น เพราะคนที่อยู่กับความเกลียดชังได้นานที่สุดก็คือตัวคุณเอง มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะไม่มี แต่มันจะดีถ้าเกิดขึ้นแล้วเรามีสติรู้ตัวจนไม่หลงมัวเมาไปกับความรู้สึกนั้น

ถ้าคุณไม่ชอบเจ้านาย เกลียดเพื่อนร่วมงาน รำคาญป้าแม่บ้าน สิ่งที่คุณควรทำไม่ใช่การก่นด่า อาฆาต หรือทำตัวศิโรราบยอมให้พวกเขา เพียงแต่คุณต้องกล้าที่เรียนรู้และปรับตัวให้อยู่กับมันให้ได้ทั้งๆที่ไม่ชอบ หรือไม่งั้นก็ออกมาจากสังคมเหล่านั้นเสีย

พอพูดถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะถามกลับทันทีว่า “โทษนะ .. ถ้าออกแล้วชั้นจะเอาอะไรแดรกส์” ซึ่งผมก็คงต้องบอกให้ย้อนกลับไปดูที่เรื่องแรกอยู่ดีครับว่า ถ้าคุณเป็นคนที่ทำงานคุ้มค่า มีคุณค่าในตัวเอง การหางานใหม่คงไม่ได้ไม่ยากเย็นอย่างที่คุณคิด เว้นเสียแต่คุณจะติดอยู่กับกับดักความเคยชิน อันนั้นก็ว่ากันไป

เพราะวิธีการจัดการกับสังคมที่เราไม่ชอบนั้นมีอยู่ 2 ทาง
“ตัดขาดจากมัน” หรือไม่ก็ “ปรับตัวเองให้ยอมรับ”

ความสำเร็จ : เป้าหมายในฝันกับการหันมาดูความจริง

ข้อสุดท้ายนี้ อาจจะเป็นอะไรที่สวนกระแสสักเล็กน้อยนะครับ เพราะสำหรับตัวผมเองแล้ว “ความสำเร็จ” ในชีวิตนั้นไม่ได้อยู่กับความสุขเมื่อได้ไปถึงเป้าหมาย แต่เป็น ความสุขที่อยู่ระหว่างการทำตามเป้าหมายที่เหมาะสมกับตัวเรา ดังนั้นสิ่งสำคัญในชีวิตการทำงานคือการที่เรารู้ว่าตัวเรานั้นต้องการอะไรและเหมาะกับอะไร

ถ้าใครอยู่ในยุคที่เรียกกันว่า “เจ็นวาย (GEN-Y)” คงจะได้เห็นกระแสของความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทอย่างชัดเจน ตั้งแต่การเข้ามาของสังคมออนไลน์อย่าง Social Network ซึ่งอาจจะกลายเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพราะมันทำให้เราเหมือนจะต้องคอยเปรียบเทียบกับคนอื่นตลอดเวลา ไปจนถึงการไม่มีเวลาใส่ใจเรื่องที่สำคัญๆเพราะมันมีแต่เรืองที่ดึงดูดความสนใจของเราไปหมดเสียทุกอย่าง

สิ่งที่ช่วยให้เราหยุดกระแสต่างๆที่มีผลกระทบนั้น มันคือการทบทวนความก้าวหน้าในการเดินทางสู่เป้าหมายของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะ “เป้าหมาย” ในชีวิตของเรานั้น มันอาจจะไม่ได้เป็นเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก

บางคนตั้งเป้าหมายตอนแรกไว้ว่าอยากจะเรียนจบเพื่อให้ได้งานดีๆ ในองค์กรที่ทำให้ตัวเองมีความมั่นคงเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นผู้บริหาร แต่พอใช้เวลาทำงานไปสักพักอาจจะพบว่าสิ่งที่เราอยากทำคือการเป็นเจ้าของธุรกิจเสียเอง ซึ่งแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรครับ



เพียงแต่ทุกครั้งในการเปลี่ยน “เป้าหมาย” เราต้องแน่ใจว่าเป้าหมายใหม่นั้นมันคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ซึ่งวัดด้วยความสุขในการลงมือทำมันครับ ตราบใดที่สิ่งใหม่ยังทำให้เรามีความสุขกว่าสิ่งที่เราทำอยู่ นั่นอาจจะเป็นหนึ่งในสัญญานว่าเป้าหมายของเราได้เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

และสิ่งที่สำคัญของการมี “เป้าหมาย” ที่ชัดเจน จะทำให้เราเลือกตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิตออกไปได้ และมันจะทำให้ชีวิตของเรานั้นเรียบง่ายขึ้นครับ

ทั้งหมดนี้คือเคล็ดลับและสิ่งที่อยากฝากไว้ในวันแรงงานปี 2559 นี้ ซึ่งในหลายๆปีที่ผ่านมา ผมเคยเขียนบทความถึงเรื่องนี้ไว้เหมือนกันครับ ถ้าใครสนใจก็สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ และสุดท้ายนี้ขอลาไปด้วยคำว่า “สวัสดีวันแรงงาน” และขออวยพรให้ทุกๆ คนมีชีวิตการทำงานที่ประสบความสำเร็จในทุกๆด้านที่ต้องการคร้าบบ





Send this to friend

.