5 ความเสี่ยงที่ต้องระวัง สำหรับธุรกิจที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2560

โพสต์เมื่อ: 28 ก.ย. 2017 - ป้ายกำกับ: , , , ,


ถ้าใครสังเกตในปีนี้ จะมีเรื่องข่าวภาษีและนโยบายต่างๆออกมามากที่สุดตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงมา ตั้งแต่เรื่องของ National E-Payment ที่พรี่หนอมเขียนบทความอัพเดทไปหลายที (อ่านบทความ : E-Payment การตรวจสอบของสรรพากร และความพร้อมในการเสียภาษีในยุค 4.0) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเรื่องการหักค่าใช้จ่าย ค่าลดหย่อนภาษีต่างๆที่มีมาอีกเป็นพัก ๆ

แต่อย่างไรก็ดี พรี่หนอมมองว่าต้องระวังไว้สำหรับปี 2560 นี้ไม่ได้มีแค่นั้นครับ!! โดยเฉพาะเรื่องของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มันยังมี ประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับธุรกิจที่อยู่ในรูปแบบบุคคลธรรมดา ซึ่งเรื่องเหล่านี้มันมีที่มาที่ไปตามนี้ครับผม

บุคคลธรรมดากำลังถูกเปลี่ยนให้เป็นนิติบุคคล

พรี่หนอมขอเริ่มอธิบายตั้งแต่ การเปลี่ยนแปลงอัตราหักค่าใช้จ่ายต่างๆของเงินได้ประเภทที่ 7 และ 8 จากเดิมที่หักได้สูงสุด 85% เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา แต่สำหรับปี 2560 นี้หักได้เหลือแค่เพียง 60% เท่านั้น ซึ่งแปลว่าสำหรับคนที่เลือกหักค่าใช้จ่ายในอัตราเหมา จะต้องเศร้ากันเลยทีเดียวเลยล่ะครับ เพราะกลายเป็นว่าอีก 20% ที่เพิ่มขึ้นมาต้องเอามาจ่ายภาษีเพิ่ม หรือจะเลือกหนทางใหม่ก็คิดหนักว่า ควรจะจดบริษัทดีไหม ซึ่งพรี่หนอมเคยอธิบายไปในบทความ อยากประหยัดภาษี … ควรจดบริษัทดีไหม? ไปเมื่อวันก่อนครับ

แต่ถ้าหากคิดดีและถี่ถ้วน จนเกิดคำตอบว่า ชีวิตเราจะขอหยุดที่การเป็นบุคคลธรรมดาต่อไป ถึงจะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ลดลงก็ตาม เพราะชั้นไม่อยากจะยุ่งยากในการเป็นนิติบุคคล

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่คิดแบบนี้ พรี่หนอมขอบอกว่ามาถูกทางแล้วครับ! เพราะว่าบทความนี้จะสรุปประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและอาจจะถูกตรวจสอบโดยพี่สรรพากรในปี 2560 มาให้หมดครับว่า มันมีเรื่องอะไรกันบ้าง ซึ่งแบ่งเป็น 5 ประเด็นใหญ่ๆตามนี้ครับ

1. รายได้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นจะเสียโดยการประเมินตัวเองเป็นหลัก นั่นคือเราสรุปรายได้แล้วไปยื่นภาษีเอง ถ้าไม่ถูกต้อง พี่สรรพากรจะมาประเมินเราอีกทีหนึ่ง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่หลายคนจะยื่นภาษีไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แต่จากข้อมูลและระบบตรวจสอบของพี่สรรพากรที่ออกใหม่ อาจจะทำให้สืบทราบได้ว่า จริงๆแล้ว ธุรกิจของเรานั้น มีการจ้างงานเยอะแยะ มีเครื่องจักรใหญ่โตในการผลิต มีรายได้มากมายที่ถูกหักภาษีไว้ หรือมีข้อมูลในโลกออนไลน์ว่าเรามีรายได้ดี แต่มาเจอว่าจริงๆแล้วดันยื่นภาษีไว้น้อยนิด แบบนี้ก็มีสิทธิที่จะโดนตรวจสอบและประเมินภาษีเพิ่มได้ครับ

2. รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท แต่ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับข้อนี้ บอกตรงๆว่ามีประเด็นแน่นอนครับ เพราะในกรณีที่มียอดขาย (หรือรายได้) เกิน 1.8 ล้านบาท เรามีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งการไม่จดนั้นก็ถือว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งถ้าหากพี่สรรพากรตรวจสอบรู้ได้ บอกตรงๆครับว่างานนี้ตายหยังเขียดแน่นอน



3. หักค่าใช้จ่ายไม่ถูกต้อง ผิดประเภท ไม่มีหลักฐาน ข้อนี้จะเป็นเรื่องของการหักค่าใช้จ่ายครับ อย่างที่ทราบดีกว่ากรณีของคนที่ทำธุรกิจที่สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาในอัตราที่ลดลง (80% -> 60%) ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่มแน่ๆ ซึ่งหลายคนก็แก้เกมส์โดยการไปหักค่าใช้จ่ายตามจริงแทน แต่ประเด็นที่ต้องระวังคือ หักตามจริงแล้วมีหลักฐานตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไหม ซึ่งถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีหลักฐานที่แสดงได้ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นก็จะหายเกลี้ยงทันที และถึงแม้ว่าตอนหลังแบบเหมาจะหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะขอย้ายไปหักแบบเหมาแทนได้แล้วนะ (เรื่องนี้อยู่ในระหว่างร่างคำชี้แจงจากกรมสรรพากรครับ)

ส่วนอีกประเด็นคือ ถ้าใครยังเลือกที่จะหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา แต่ว่าเสียภาษีในจำนวนเท่าเดิมหรือลดลง บอกตรงว่างานนี้โดนสรรพากรสงสัยแน่ๆ เพราะมันแปลว่าต้องยื่นรายได้ลดลงถึงจะเป็นแบบนี้ ซึ่งคงจะต้องถูกตามไปดูให้ถึงที่ครับผม (หวายยย)

4. ค่าลดหย่อน กระแสเงินสด และข้อเท็จจริง ไม่สัมพันธ์กัน สำหรับคนที่มีการใช้ค่าลดหย่อนจำนวนมากมาย แต่รายได้น้อยมากหักลบไปมาจนไม่ต้องเสียภาษี งานนี้อาจจะถูกสงสัยแล้วว่า ทำไมถึงไม่สอดคล้องกับการใช้จ่ายจริง คนอะไรมีรายได้แค่นี้ แต่หักลดหย่อนเต็มปรี่ แล้วจะมีชีวิตอยู่เพื่อใช้จ่ายได้อย่างไร แบบนี้ต้องระวังให้ดีเช่นเดียวกันครับ เพราะงานนี้ต้องมีการพิสูจน์ได้ว่า มันถูกต้อง หรือผิดจริง หรือมีเหตุผลตรงไหน ถ้าชี้แจงไม่ได้ก็ต้องบอกเลยว่าขอลาก่อนล่ะคร้าบ

5. คณะบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่มีการแบ่งส่วนแบ่งกำไร หรือ แบ่งกำไรแล้วไม่ได้ถือเป็นเงินได้ของผู้เป็นหุ้นส่วนเพื่อเสียภาษีอย่างถูกต้อง สำหรับข้อสุดท้ายนี้ เป็นที่มาจากการเปลี่ยนแปลงวิธีคำนวณภาษีของคณะบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันจะต้องมีเรื่องของการแบ่งกำไรให้ผู้เป็นหุ้นส่วนอย่างถูกต้อง ดังนั้น ถ้าหากไม่มีการแบ่งเลย สรรพากรก็จะสงสัยได้เช่นกัน หรือยิ่งถ้าแบ่งไปแล้วแต่ไม่ได้เอามาเสียภาษีอีกต่อหนึ่ง อันนี้บอกเลยว่ารู้ซึ้งกับการตรวจสอบแน่นอนครับ ฮ่าๆ

สุดท้ายแล้ว บทสรุปของพรี่หนอมที่อยากจะฝากไว้ให้ทุกคนรู้กัน คือ จงอย่านิ่งนอนใจไป เพราะปีนี้ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สิ่งที่ควรระวังไว้แน่ๆ คือ การคำนวณภาษีอย่างถูกต้องและสอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะยุคนี้ไม่ใช่ว่าจะนิ่งๆเนียนๆได้เหมือนเก่าแล้วล่ะครับ ต้องจัดการให้ดีและถูกต้อง ไม่งั้นจะมีปัญหาในภายหลังแล้วจะเหนื่อยยิ่งกว่าเก่าครับ

ป.ล. ข้อมูลบางส่วนมาจากงาน OPEN HOUSE กรมสรรพากร และประสบการณ์ ข้อมูลที่ได้รับจากแฟนเพจและการทำงานของพรี่หนอมเองครับ หากมีส่วนไหนที่อยากแชร์หรืออยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมขอเชิญแวะมาพูดคุยกันที่กรุ๊ป คุยภาษีกับพรี่หนอม ได้เลยครับ





Send this to friend

.