คิดสักนิด!! ก่อนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสงกรานต์และท่องเที่ยว 30,000 บาท

โพสต์เมื่อ: 29 มี.ค. 2016

ป้ายกำกับ: , ,


สวัสดีครับบบบบบ กลับมาพบกับพรี่หนอม TAXBugnoms กันอีกครั้งกับบทความประจำสัปดาห์ใน “บล็อกภาษีข้างถนน” ตอนล่าสุด ซึ่งข่าวฮอตฮิตของบล็อกในวันนี้ (29 มีนาคม 2559) คงไม่พ้นเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีที่ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง นั่นคือ การลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยว และการลดหย่อนภาษีในช่วงสงกรานต์ปี 2559 ที่จะถึงนี้ ได้ผ่านมติครม. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเนื้อหาข่าวมีรายละเอียดดังนี้คร้าบบบ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (29 มี.ค.) ได้เห็นชอบมาตรการภาษี 2 เรื่อง ได้แก่ 1) มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ โดยบุคคลธรรมดาสามารถนำรายจ่ายจากการ “กิน-เที่ยว” หรือค่าใช้จ่ายจากการจ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหาร (ไม่รวมสุรา เบียร์ ไวน์) รวมถึงค่าที่พักโรงแรม มาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ทั้งนี้ มีผลช่วงเทศกาลสงกรานต์ 9 วัน คือ 9-17 เม.ย.

ส่วนอีกมาตรการ เป็นการต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวอีก 1 ปี โดยให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท

ที่มา : ครม.ไฟเขียว 2 มาตรการภาษีหนุนเที่ยวสงกรานต์ 9 วัน มีสิทธิ์หักลดหย่อนรวมกันถึง 3 หมื่นบาท

หลังจากอ่านเนื้อหาข่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆ ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆฟังกันในสไตล์ TAXBugnoms อีกครั้งหนึ่ง เอาล่ะ… เรามาดูกันเลยดีกว่าครับ

1. ค่าลดหย่อนกินใช้ช่วงสงกรานต์ รายจ่ายจากการกินและเที่ยวได้แก่ ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าแพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม  (ไม่รวมสุรา เบียร์ และไวน์) สามารถนำมาใช้เป็น “ค่าลดหย่อน” ได้สูงสุด 15,000 บาท โดยต้องใช้ภายใน วันที่ 9 – 17 เมษายน 2559 นี้เท่านั้นครับ

2. ค่าลดหย่อนจากการท่องเที่ยวในประเทศ สำหรับค่าลดหย่อนตัวนี้เป็นการ “ต่ออายุ” มาตรการเดิมที่มีมาตั้งแต่ปี 2557 และ 2558 ซึ่งผมเคยเขียนบทความเรื่องนี้ไว้แล้ว (อ่านเพิ่มเติม : ไปเที่ยวทั้งที มาลดหย่อนภาษีกันดีกว่า) ซึ่งคาดว่าเป็นไปตามมาตรการเดิมดังนี้ครับ

1. ต้องเป็น “ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว” หรือ “ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม” ที่ได้รับใบอนุญาตตามกฎหมาย
2. ต้องเป็น “ค่าใช้จ่ายนำเที่ยว” หรือ “ค่าที่พักในโรงแรม” โดยไม่รวมค่าเดินทางคร้าบ
3. มี “หลักฐาน” ตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่สูงสุดรวมกัน ไม่เกิน 15,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ต้องรอหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจากทางสรรพากรประกาศเป็น “กฎหมาย” อีกทีหนึ่งครับ ซึ่งผมแนะนำให้ติดตามที่เพจ TAXBugnoms หรือกรอกอีเมลล์เพื่อรอรับบทความใหม่ไว้ได้เลยครับ เพราะถ้าหากกฎหมายเรื่องนี้มีการ Update ใดๆ ผมจะรีบแจ้งให้ทราบแบบด่วนๆเลยคร้าบบ

Update วันที่ 30 มีนาคม 2559 : วันนี้กรมสรรพากรได้มีแถลงข่าวเรื่อง การออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปสำหรับมาตรการกินเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ มาครับ หากใครสนใจก็คลิกอ่านที่ลิงค์ได้เลยนะคร้าบบ

อย่าลืมว่ามันคือ “ค่าลดหย่อน” ไม่ใช่ “ลดภาษี”

เมื่อมาถึงตรงนี้ … สิ่งที่ผมมักจะย้ำเสมอมา นั่นคือรายจ่ายทั้ง 2 ตัวนี้ เลือกใช้เป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษี แต่ไม่ใช่เป็นการลดจำนวนภาษีโดยตรงนะครับ นั่นคือเราจะต้องนำค่าใช้จ่ายตัวนี้ไปใช้คำนวณเงินได้สุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) เหมือนกับค่าลดหย่อนประเภทอื่นๆ เช่น  LTF, RMF และประกันชีวิต ฯลฯ

ดังนั้น .. ถ้าหากเราเป็นคนหนึ่งที่ไม่เสียภาษีอยู่แล้ว อย่าลืมนะครับว่า เราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง “ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น” เพื่อนำมาใช้ลดหย่อนภาษีแต่อย่างใดครับ อย่าลืมนะครับว่า.. การลดหย่อนภาษีเป็นเพียง “ส่วนเพิ่ม” ที่ได้จากการใช้จ่ายตามปกติ แต่การลดการใช้จ่ายตั้งแต่แรก คือ การประหยัดเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่า นั่นเองครับ

ยกตัวอย่างเช่น นายบักหนอมเป็นมนุษย์เงินเดือนโสดสนิท มีเงินเดือนเดือนละ 20,000 บาท นั่นแปลว่าเมื่อคำนวณเงินได้สุทธิ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อนส่วนตัว) แล้ว นายบักหนอมจะเหลือเงินได้สุทธิจำนวน 150,000 บาทพอดี (240,000 – 60,000 – 30,000) แบบนี้ต่อให้นายบักหนอมพยายามใช้จ่ายแทบตายแค่ไหน ก็ไม่สามารถลดภาษีได้อยู่ดีคร้าบ

จากรูปอัตราภาษีด้านล่าง หากพิจารณาดีๆ สิทธิประโยชน์ที่เราได้รับนั้นจะอยู่ที่ % ของอัตราภาษีสูงสุดที่เราเสียครับ นั่นแปลว่าทุกๆ 30,000 บาทที่ใช้ไป จะสามารถประหยัดภาษีได้ตามแต่ละขั้น ตั้งแต่ 1,500 – 3,000 – 4,500 – 6,000 – 7,500 – 9,000 – 10,500 บาท ซึ่งก็คงต้องพิจารณาดูแล้วล่ะครับว่า สิ่งที่เราจ่ายไปเพื่อให้ได้สิทธินั้นมา มันคุ้มค่าจริงๆหรือเปล่าคร้าบบ

ลดหย่อนภาษี

และทั้งหมดนี้คือการ Update เรื่องค่าลดหย่อนภาษีสำหรับต้นปี 2559 ที่เกิดขึ้น และถ้าหากใครเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมส่งต่อให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ด้วยนะครับ เพื่อที่ทุกคนจะได้ไม่ใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีจนลืมไปว่าจริงๆแล้วสิ่งที่เราต้องการคือการประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าคร้าบบ :D

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy