เรื่องเงินของผม… ที่ไม่ได้เขียนลงหนังสือคนไทยฉลาดการเงิน

โพสต์เมื่อ: 14 เม.ย. 2018

ป้ายกำกับ: , ,


ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หรือก่อนหน้าที่ผมจะเขียนหนังสือคนไทยฉลาดการเงิน พรี่หนอมมักจะทำงานในฐานะบล็อกเกอร์และวิทยากรด้านภาษีเป็นหลัก เรียกว่าแทบจะนับครั้งได้ที่ผมจะพูดถึงเรื่องการวางแผนการเงินและการลงทุน ซึ่งก็ต้องยอมรับกันตรงๆว่า ผมมีความเชื่อที่ว่า ตัวเราสามารถหารายได้จากการทำงานได้ดีกว่าการลงทุน

แต่เนื่องจากเมื่อวันก่อน ทางศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เชิญไปพูดคุยในหัวข้อ Book Talk พูดคุยถึงเรื่องหนังสือคนไทยฉลาดการเงิน ที่ผมมีโอกาสเขียนร่วมกับโค้ชหนุ่ม Money Coach และ น้องเอ ศักดาแห่ง A-Academy หรือ Avenger Planner ที่ใครๆหลายคนน่าจะรู้จักทั้งสองท่านเป็นอย่างดี

หลังจากที่ตกปากรับคำเป็นที่เรียบร้อย ผมเลยนั่งทำการบ้านเสียยกใหญ่ในหัวข้อนี้ เนื่องจากเป็นการพูดคุยในเรื่องหนังสือคนไทยฉลาดการเงิน และพูดให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย มันควรจะเป็นเรื่องเงิน ไม่ใช่เรื่องการวางแผนภาษีที่ผมถนัด และนั่นจึงเป็นที่มาของหัวข้อ เรื่องเงินของผมที่ไม่ได้เขียนลงหนังสือนคนไทยฉลาดการเงิน เพราะว่าผมเขียนแต่เรื่องภาษี ไม่ได้เขียนเรื่องการวางแผนการเงินน่ะสิ ถูกแล้ว (หัวเราะแห้งๆ)

ถ้าย้อนกลับไปสัก 10 ปี ก่อนผมเริ่มต้นการเงินจากการไม่รู้และไม่มีที่มาใดๆครับ ตั้งแต่การซื้อหุ้นแบบไม่คิด ติดดอยยับยาวจนถึงวันนี้ มีปัญหาเรื่องการใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งประสบการณ์ที่เรียนรู้มานั้นทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วการจัดการการเงินนั้นเป็นเรื่องสำคัญ

ถ้าให้ย้อนไปได้ สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำตัวเองในอดีตเรื่องการจัดการการเงิน คงจะเป็นการนำ Money Fitness Model ของโค้ชหนุ่มมาเป็นจุดตั้งต้นชีวิตเสียก่อน (สภาพคล่องดี ปลอดหนี้จน พร้อมชนความเสี่ยง มีเสบียงสำรอง สอดคล้องเกณฑ์ภาษี บั้นปลายมีทุนเกษียณ) ซึ่งโดยส่วนตัวผมเห็นว่าสิ่งที่แกคิดนั้น มันเพียงพอแล้วสำหรับการเริ่มต้นในการจัดการการเงินของทุกคน ไม่สิ จริงๆแล้วมันเกินพอเสียด้วยซ้ำครับ

แต่เนื่องจากประสบการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รวมถึงสถานการณ์และข้อจำกัดต่างๆที่แตกต่างกันไป ผมเลยขออนุญาตหยิบตัวของ Money Fitness Model 6 ข้อนี้มาเปรียบเทียบและมองต่อยอดไปกับแนวคิดของตัวเองว่า หลังจากที่ผมได้เรียนรู้จากหลักการทั้ง 6 ข้อนี้แล้ว ผมนำมาปรับใช้กับชีวิตตัวเองยังไงบ้าง?

 

จากรูปจะเห็นใช่ไหมครับว่า ตัวตั้งต้นทั้งหมดมาจากสมการที่ว่านี้ รายได้ เงินออม รายจ่าย แต่ตัวที่ผมนำมาแตกแยกย่อยนั้นจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งทั้งหมดจะแบ่ง 6 กลุ่มสั้นๆ คล้ายกับ Money Fitness Model นี่แหละครับ เพียงแต่ผมนำสิ่งที่โค้ชหนุ่มพูดไว้มาจัดระเบียบเสียใหม่ในสไตล์ของตัวเอง

ทุกวันนี้ผมใช้ Model นี้ในการจัดการบริหารการเงินส่วนใหญ่ของตัวเอง โดยเริ่มต้นจากผลประโยชน์ด้านภาษี มาเชื่อมโยงกับการเกษียณและเป้าหมายต่างๆเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางแผนเกษียณด้วย LTF RMF และ ประกันบำนาญ ป้องกันความเสี่ยงด้วยประกันชีวิต (ออมทรัพย์ และ สุขภาพ) ซึ่งจะเห็นว่าครอบคลุมไปแล้วทั้ง 3 หัวข้อที่โค้ชหนุ่มบอกไว้ คือ พร้อมชนความเสี่ยง สอดคล้องเกณฑ์ภาษี และบั้นปลายมีทุนเกษียณ

ส่วนที่เหลืออย่าง สภาพคล่องดี ปลอดหนี้จน และมีเสบียงสำรอง นั้น ผมมองว่ามันเป็นพื้นฐานในการจัดการชีวิตอยู่แล้วครับ จริงๆโดยส่วนตัวมองว่าถ้ายังจัดการเรื่องพวกนี้ไม่ได้ การจัดการเรื่องอื่นๆน่าจะมีปัญหาอย่างแน่นอนครับ

ออกตัวก่อนนะครับว่า สิ่งที่โค้ชหนุ่มคิดมาจริงๆแล้วแกได้เรียงลำดับขั้นตอนมาเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ในการประยุกต์ใช้ของผมนี้เป็นไปตามความถนัด แต่องค์ประกอบทั้งหมดนั้นต้องไปด้วยกันนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเริ่มอันไหนอะไรก่อนได้ เพราะถ้าหากสภาพคล่องไม่ดี ยังมีหนี้จนอยู่ ก็ต้องบอกเลยว่าไม่รอดตั้งแต่แรกแล้วครับ อย่าเพิ่งข้ามขั้นชีวิตตัวเองไปนะครับผม

ทีนี้ถ้าเรามาเชื่อมโยงต่อกับชีวิตประจำวันหลังจากที่มองครบองค์ประกอบแล้ว สิ่งต่อมาที่ควรทำคือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องในเรื่องต่างๆ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้นครับ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของทุกคน เพราะคงไม่มีใครอยากได้รายได้เท่านี้ไปตลอดชีวิต จริงไหมครับ?

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่าการพยายามสร้างรายได้เพิ่มขึ้นนั้นจะทำให้เราต้องพ่วงอีก 2 อย่างไปด้วย นั่นคือ การเริ่มต้นพัฒนาตัวเอง (สร้างรายได้มากขึ้น สร้างธุรกิจ สร้างระบบ หรือ วิธีการลงทุน) กับ การหาตัวช่วยในการผ่อนแรง (ลงทุนตามเป้าหมายอื่นๆที่เราต้องการเพิ่มในชีวิตนอกจากเกษียณ อย่างเช่นการเกษียณเร็วอย่างที่พี่หนุ่มสอนใน Money Fitness คนไทยฉลาดการเงิน และ Total Money Makeover) ไปจนถึงเรื่องอื่นๆ ตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งต้องเน้นอีกทีนะครับว่า “ความต้องการของคนเราแตกต่างกันไป”

ซึ่งไอ้คำว่า “ความต้องการของคนเราแตกต่างกันไป” นี่แหละครับ ทำให้ในมุมมองของผมเอง ผมมองว่ามีอีก 5 ประเด็นที่ผมมองว่ามันจำเป็นต่อการจัดการเรื่องการเงินของตัวผมเอง และทำให้ผมพบกับความสุขที่นอกเหนือจากเรื่องของการเงินเพิ่มขึ้นด้วย นั่นคือ

1. อย่าเสียเวลาใส่ใจเรื่องการใช้เงิน การลงทุน หรือเป้าหมายการเงินของคนอื่น (ถ้าจะบอกว่าอย่าเสือกอาจจะดูแรงไป-แต่นิยามคงคล้ายๆกันครับ ฮ่า) ถ้าหากการกระทำต่างๆไม่กระทบเรา (ส่วนใหญ่มักจะกระทบเรื่องเดียวคือความรู้สึก) เพราะเราจะได้มีเวลาพัฒนาตัวเองในการทำตามเป้าหมายของตัวเองมากขึ้นครับ

2. ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าใช้เงินที่ได้จาก Passive Income แต่ให้สะสมหรือเอามาลงทุนต่อ ถ้าหากคุณมีหนทางในการสร้างรายได้แบบอื่น ขอแนะนำให้เก็บเงินจาก Passive Incomeไว้เพื่อไปลงทุนต่อหรือสร้างสินทรัพย์ต่อไปครับ เพราะมันจะทำให้เรานั้นสร้างอะไรได้ไวขึ้น (และเป็นผลต่อความรู้สึกทางใจอีกทางหนึ่งด้วยครับ คุณจะรู้สึกว่าตัวเองพัฒนาขึ้นและหัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นเงินก้อนนี้เติบโตขึ้น)

3. อย่าท้อถ้าไปยังไม่ถึงเป้าหมาย บางทีสิ่งที่เราคิด ทำ สร้าง อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราวางแผนไว้ แต่ความผิดพลาดและหนทางต่างๆด้านการเงินจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นครับ ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยทำอะไรผิดเยอะ (ทุกวันนี้เองก็ยังผิดอยู่) แต่ผมเชื่อว่ามันสร้างให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ไม่ผิดพลาดซ้ำๆ และทำให้เราตัดสินใจดีขึ้นครับ

4. อยากทำอะไรก็ลองทำดู ถ้าไม่เวิร์กเดี๋ยวก็รู้เอง แต่อย่าลืมจำกัดความเสี่ยงด้วยนะ บางทีเราอยากรู้ว่าวิธีแบบนั้นเวิร์กไหม วิธีแบบไหนเหมาะกับเรา ซึ่งเราจะไม่รู้เลยครับจนกว่าเราจะได้ลองทำ แล้วลองจับความรู้สึกกับมันดู เพราะทุกอย่างมันจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามประสบการณ์ที่เราเจอและเรียนรู้จากมันครับ เพราะแต่ละคนมีความถนัดไม่เหมือนกัน

5. สร้างแนวคิดและหนทางการจัดการการเงินของตัวเอง แม้ว่าการเริ่มต้นการเงินจะเริ่มต้นจากทฤษฏีเดียวกัน แต่วิธีการในการไปสู่เป้าหมายนั้นมันต้องถูกจริตของเรา รวมถึงสอดคล้องกับการมีชีวิตแบบที่ไม่หนักจนเกินไป หรือต่อให้หนักก็ต้องชัดเจนกับเป้าหมายที่เราได้จากสิ่งนั้นประกอบกันครับ

ทั้ง 5 ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ตัวเองเป็นหลักครับ เลยถือโอกาสที่จะมาแชร์สิ่งที่คิดนี้ไว้ให้อ่านกันครับ หวังว่าบางข้อหรือบางแง่มุมที่ผมเขียนนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนในการจัดการการเงินของตัวเองไม่มากก็น้อยครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอไม่อวยพรให้คนที่อ่านบทความนี้รวยขึ้นนะครับ แต่ขอให้ทุกคนที่ได้อ่านบทความมาถึงตรงนี้ มีความเข้าใจเรื่องการเงินของตัวเองและเป้าหมายมากยิ่งขึ้น เพื่อที่ทุกคนจะได้มีความสุขระยะยาวกับสิ่งที่เรียกว่า “เงิน” ครับ

ป.ล. สำหรับคลิปเต็มๆ สามารถดูได้ที่ด้านล่างนี้ครับ

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy