ปี 2561 เที่ยวเมืองรองทั้งที อย่าหวังแค่ลดหย่อนภาษี เพราะมันมี…

โพสต์เมื่อ: 25 เม.ย. 2018

ป้ายกำกับ: , ,


ถ้าใครติดตามเพจ TAXBugnoms ในช่วงสงกรานต์ คงจะเห็นโพสหัวข้อ กำลังเที่ยวพักผ่อนอยู่ใช่ไหม? อย่าลืมเช็คสิทธิลดหย่อนภาษีกันด้วยนะจ๊ะ ซึ่งพรี่หนอมขอสรุปสั้นๆเกี่ยวกับประเด็นท่องเที่ยวลดหย่อนภาษีปี 2561 ไว้อีกทีตามนี้ครับ

1. เที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัดอยู่หรือเปล่า
2. จ่ายค่าที่พัก โรงแรม หรือ โฮมสเตย์
3. ค่าน้ำมัน เครื่องบิน เดินทางไม่ได้นะ
4. สูงสุดได้ 15,000 บาทตลอดทั้งปี
5. อย่าลืมขอหลักฐานใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีด้วยนะจ๊ะ

โดย ค่าลดหย่อนท่องเที่ยว 15,000 บาท นั้นต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ชื่อว่า กฎกระทรวงฉบับที่ 335 ที่เพิ่งออกมาเมื่อช่วงก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน เพื่อให้สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับคนที่ท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2561 นั่นเองครับ (อ่านหลักการยาวๆได้ที่โพสด้านล่างนี้ครับ)

 

 

ถ้าให้สรุปแบบเปลี่ยนภาษากฎหมายเป็นภาษาคนให้ชัด ถ้าเราอยากจะลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว สิ่งที่เราต้องทำคือ การจ่ายค่าที่พัก ค่าทัวร์ หรือ โฮมสเตย์ ให้กับผู้ประกอบการที่มีรายชื่อในเวปไซด์กรมสรรพากรหรือกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬารับรอง และการเที่ยวหรือพักผ่อนที่ว่านี้ต้องอยู่ในจังหวัดเมืองรอง 55 จังหวัด โดยมีหลักฐานการใช้จ่ายเป็น ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี ในชื่อของเราแบบถูกต้องนั่นเองจ้า

เอาล่ะครับ… และ 55 จังหวัดเมืองรองที่ว่านี้ หมายถึง จังหวัดต่อไปนี้ครับ

นครศรีธรรมราช อุดรธานี เชียงราย ลพบุรี พิษณุโลก สุพรรณบุรี อุบลราชธานี นครนายก หนองคาย สระแก้ว เลย ตาก ตราด เพชรบูรณ์ จันทบุรี มุกดาหาร นครสวรรค์ ราชบุรี สมุทรสงคราม บุรีรัมย์ ชัยภูมิ พัทลุง ตรัง ศรีสะเกษ ปราจีนบุรี สตูล ชุมพร สุโขทัย สุรินทร์ สกลนคร ลำพูน นครพนม อุตรดิตถ์ ระนอง ลำปาง ร้อยเอ็ด แม่ฮ่องสอน พิจิตร แพร่ ชัยน่าน น่าน อ่างทอง มหาสารคาม กำแพงเพชร อุทัยธานี นราธิวาส ยะลา พะเยา บึงกาฬ กาฬสินธุ์ ยโสธร สิงห์บุรี หนองบัวลำภู อำนาจเจริญ และปัตตานี

ถ้ามองจากเงื่อนไขทางกฎหมายแล้วก็จะเห็นว่า เอ้า คนที่ต้องเสียภาษีและมีเงินเหลือ ก็ไปเลือกเที่ยวจังหวัดตามนี้ จ่ายเงินค่าที่พักหรือค่าทัวร์ให้เต็มที่ สูงสุดคือ 15,000 บาท เพียงเท่านี้ก็น่าจะประหยัดภาษีสูงสุดแล้วนี่นา

ใช่ครับ!! ถ้าเป็นเรื่องของภาษี แต่สิ่งที่บางคนลืมนึกถึงไป นั่นคือ ไปเที่ยวครั้งหนึ่งๆ มันไม่ได้มีแค่ค่าที่พัก โรงแรม ค่าทัวร์ และค่าโฮมเสตย์เท่านั้น!!! แต่ยังมีค่าใช้จ่ายเดินทาง (ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าน้ำมัน ฯลฯ) รวมถึงค่ากินดื่มและใช้จ่ายต่างๆอีกมากมายที่ไม่สามารถเอาไปลดหย่อนภาษีได้

ดังนั้นการประหยัดภาษีอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่ถูกต้อง แต่มันต้องเป็นคำถามที่ถามกลับมาว่า นอกจากประหยัดภาษี เราประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยหรือเปล่า? ถึงจะเรียกได้ว่าคุ้มค่าจริงๆ ทั้งเรื่องภาษีและการใช้จ่ายของตัวเรา

ลองมาดูตัวอย่างกันครับ สมมติว่าพรี่หนอมเป็นคนกรุงเทพธรรมดาสามัญคนหนึ่งที่มีความฝันจะลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรองในปี 2561 นี้ โดยมีความต้องการที่จะเสียเงินน้อยที่สุดสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษี

ทีนี้… โจทย์ของพรี่หนอมก็ต้องเปลี่ยนเป็นว่า เฮ้ย ถ้าแบบนั้นเรากินเที่ยวธรรมดาปกติ เดินทางแบบประหยัด แล้วไปจัดหนักที่ค่าที่พักดีกว่าเว้ย เพราะมันประหยัดภาษีได้ วะฮะฮ่า …

ในเรื่องกินเที่ยวธรรมดาตามปกตินั้นไม่ได้ยากอะไรครับ แค่ดูว่าร้านไหนมีของดีราคาถูก แนะนำแล้วโดนใจ คิดไม่ออกก็หาในเน็ตเอา หรือ เปิด App Wongnai (วงใน) ดูก็ได้ จะได้รู้ว่าร้านไหนมีของดีราคาถูก!!

แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นๆต้องประหยัดที่สุด เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ลดหย่อนภาษีไม่ได้ ดังนั้นตรงนี้ถ้าเราจ่ายน้อยได้แค่ไหนยิ่งดี ตรงนี้ก็ขึ้นกับงบของใครของมัน บางคนเน้นว่าท่องเที่ยวแบบสบายอยากจะขับรถไปเอง หรือบางคนก็เน้นชิวๆชมธรรมชาติ อาจจะเลือกนั่งรถทัวร์หรือรถไฟไปก็ได้

สมมติว่าพรี่หนอมวางแผนว่าจะขับรถเที่ยวเอง พรี่หนอมก็ต้องเริ่มจากดูก่อนว่าจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพที่สุดในกลุ่มเมืองรองนี้มีที่ไหนบ้าง ดูๆแล้วน่าจะไม่พ้นกลุ่ม สมุทรสงคราม ปราจีนบุรี นครนายก แล้วล่ะครับ เปิด Google Map ดูก็เห็นว่าห่างจากกรุงเทพประมาณ 100-120 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าขับรถไปกลับกันชิวๆ ค่าน้ำมันก็ไม่น่าจะเกิน 800-1,000 บาท

(ตัวอย่างการเดินทางจากกรุงเทพ – สมุทรสงคราม)

หลังจากนั้นเราค่อยมาหาข้อมูลทัวร์และที่พักกันต่อไปครับ โดยมาเริ่มจากเวปไซด์กรมสรรพากรก่อนว่า มีโรงแรมไหนและบริษัททัวร์ไหนที่ได้รับสิทธิในการอนุมัติลดหย่อนภาษีจากเวปไซด์ของกรมสรรพากรบ้าง แล้วเริ่มจองโรงแรมหรือสอบถามข้อมูลในจังหวัดที่เราต้องการครับ (อย่าลืมว่าต้องจองโดยตรงกับโรงแรมและบริษัททัวร์เท่านั้นนะครับ)

(ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ : รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม)

(ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ : รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมักคุเทศก์)

หลังจากนั้นก็วางแผนสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดนั้นๆต่อครับ โดยเลือกจากการเดินทางใกล้ไกลและความชอบใจในการท่องเที่ยวของเราเป็นลำดับสุดท้าย เพื่อให้แผนเที่ยวของเรานั้นสมบูรณ์ที่สุดนั่นเองครับ

อย่างที่พรี่หนอมบอกไว้นะครับว่า ถ้าเริ่มต้นจากโจทย์ในการประหยัดเงินให้มากที่สุด เราต้องดูสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในลดหย่อนภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องประกอบกันครับ เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปนั้นมีค่า และได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีสูงสุดครับ อย่างกรณีนี้อาจจะจ่ายไม่เกิน 20,000 บาทแต่ได้สิทธิในการลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000 บาทจากค่าทัวร์และที่พัก

มาถึงตรงนี้ หลายคนเริ่มจะสงสัยว่า เฮ้ยยย จะเที่ยวทั้งทีนั้น เราต้องสนใจเรื่องของค่าใช้จ่ายและการวางแผนภาษีขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมเราไม่เที่ยวแบบชิวๆ แล้วเพลิดเพลินหรือมีความสุขกับมันให้มากที่สุดตามกำลังเงินที่เรามี แล้วปล่อยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นเรื่องรองแทนล่ะ เพราะจริงๆเราก็ไม่ได้อยากไปเที่ยวอย่างคุ้มค่า แต่เราอยากเที่ยวเพราะว่าเราอยากไปเที่ยวเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?

ลองคิดภาพดูสิครับว่า ถ้าครอบครัวเราอยากจะไปเที่ยวในจังหวัดที่ไม่ใช่เมืองรอง แต่เรากลับบอกว่าไปเที่ยวเมืองรองกันดีกว่าเพราะว่าประหยัดภาษีได้ แบบนี้มันจะดูเหมือนเราไม่สบายหรือเปล่านะ?

นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่พรี่หนอมอยากบอกไว้ในบทความนี้ครับ เพราะจริงๆแล้วการใช้เงินมันเป็นเรื่องของความพอดีของแต่ละคนครับ บางคนอาจจะมีความสุขกับการท่องเที่ยวแบบไม่ต้องคิดอะไร เน้นความสุขสบายใจเป็นหลัก ส่วนลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องรองที่ได้รับมา ในขณะที่อีกบางคนมองเรื่องประหยัดภาษีอย่างคุ้มค่าเป็นหลัก และสนใจการประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุดไปด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกหนทางไหน ก็ขอให้เรามีความสุขใจในสิ่งที่เราเลือกนะครับ

สุดท้ายแล้วผมหวังว่าบทความนี้จะช่วยเปิดมุมมองเรื่องภาษีให้กว้างขึ้นนะครับ ว่าจริงๆแล้วตัวเราเองให้ความสำคัญกับเรื่องไหน แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ตาม พรี่หนอมเชื่อว่านั่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของแต่ละคนแล้วล่ะครับ

… ขอให้มีทั้งความสุขกับเงินในกระเป๋า และการประหยัดภาษีนะครับ :)

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy