หลังจากที่เป็นมนุษย์เงินเดือนมา 15 ปี ผมมีอะไรอยากบอกพวกคุณ ตอนที่ 1 : First Jobber

โพสต์เมื่อ: 30 ต.ค. 2018

ป้ายกำกับ: , ,


ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นมา พรี่หนอมตัดสินใจลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือน มาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวแล้วครับ พอนับๆดูแล้วก็ใจหายเหมือนกัน เพราะก็ใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนมานานกว่า 15 ปี มีทั้งทำงานเอกชน ราชการ ซึ่งเรียกได้ว่า #ยิ่งเลอะยิ่งเยอะประสบการณ์ มากมายครับผม

ส่วนเหตุผลในการลาออกจากชีวิตมนุษย์เงินเดือนนั้น ขออนุญาตเก็บไว้เล่าในตอนสุดท้าย เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะพูดถึง ตอนนี้ผมจึงขอแชร์ประสบการณ์ในส่วนแรกที่เป็นประโยชน์สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงานก่อนในตอนนี้ครับ

ถ้าหากคุณเป็นคนที่เริ่มต้นชีวิตมนุษย์เงินเดือน คุณควรจะ…

1. เช็คภาระชีวิตเป็นลำดับแรก ปฎิเสธไม่ได้ว่าแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน ถ้าหากคุณมีภาระชีวิตมากกว่าคนอื่นเขา คุณต้องรีบจัดการให้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะคนเราทุกคนมันจะมีภาระชีวิตเพิ่มเติมมาเรื่อยๆ

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองมีภาระแค่ไหน
สิ่งที่คุณควรทำเป็นอันดับแรก คือ บัญชีรายรับรายจ่าย

สำหรับตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า จริงๆที่เราเรียกว่าภาระนั้น
มันคือภาระจริงๆ หรือข้ออ้างในการใช้ชีวิตของเราครับ

2. เก็บเงินให้ได้มากที่สุด ในช่วงเริ่มต้นทำงานประจำนั้น ถือเป็นช่วงเวลาที่คุณสามารถเก็บเงินได้มากที่สุด เพราะหลังจากนั้นภาระที่เพิ่มขึ้นตามข้อ 1 จะทำให้คุณเก็บเงินได้น้อยลงไปเรื่อยๆ

หลายคนอาจจะแย้งขึ้นมาว่า “เฮ้ย ตอนนี้ชั้นรายได้น้อยนะเว้ย จะให้เก็บอะไรอีกวะ” ใช่ครับ แม้ว่าตอนนี้รายได้คุณจะน้อยอยู่ก็ตาม แต่ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่คุณมีภาระค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดเช่นเดียวกัน ยิ่งคุณ ประหยัดค่าใช้จ่าย ในตอนแรกของการทำงานได้มากแค่ไหน คุณจะมีชีวิตที่ง่ายขึ้นเท่านั้น และมันส่งผลต่อการสร้างวินัยของตัวคุณในอนาคตด้วย

ตอนที่ผมเริ่มทำงานใหม่ๆ มีรุ่นพี่คนหนึ่งบอกผมว่า คนเรามักจะมีสันดานการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามรายได้ สมมติว่าคุณมีเงินเดือน 15,000 บาท ถ้าคุณเก็บเงินได้ 20% คือ 3,000 บาท แล้วเหลือไว้ใช้จ่าย 12,000 บาท หลังจากนั้น ถ้ารายได้คุณเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 บาท คุณจะสามารถขยับรายจ่ายเพิ่มขึ้นจาก 12,000 บาทเป็น 40,000 บาทได้โดยไม่ยาก (เผลอๆมากกว่านั้นอีก) ดังนั้นการรักษาสัดส่วนการออมเงินในตอนแรกที่เริ่มทำงานถึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ตอนแรกผมฟังก็ไม่รู้สึกว่ามันน่าเชื่อสักเท่าไร แต่หลังจากทำงานมาสิบกว่าปี ทฤษฏีบ้าๆบอๆนี้เป็นความจริงข้อหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะครับ

มาถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะมีคำถามต่อ คือ แล้วเราควรเก็บเงินแบบไหนยังไงดี? ผมขอแนะนำให้คุณเก็บเงินก้อนแรกของชีวิต นั่นคือ เงินเก็บฉุกเฉิน โดยคิดเป็นเงินประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เช่น ถ้าคุณใช้จ่ายเดือนละ 10,000 บาท คุณควรจะมีเงินสำรองฉุกเฉินก้อนนี้ไว้ประมาณ 60,000 บาทเพื่อสะสมไว้

การเก็บเงินฉุกเฉินในตอนนี้จะเป็นการสร้างพื้นฐานในการออมของคุณให้แน่นขึ้น เพื่อสร้างเกราะกำบังภัย 2-3 ชั้นไว้ล่วงหน้า ทั้งเรื่องการมีวินัย ใส่ใจตัวเอง ซึ่งถ้าตอนนี้คุณสนใจศึกษาการลงทุน คุณสามารถแบ่งเงินก้อนเล็กๆ ไปลองทดสอบได้ (สัก 10-20% ของเงินเก็บ) หรือไม่งั้นในระหว่างนี้ก็ใช้วิธีศึกษาหาความรู้ไปก่อนก็เป็นเรื่องที่ดีครับ

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมองว่า ถ้าคุณต้องการจะเป็นมนุษย์เงินเดือนไปเรื่อยๆ คุณควรหาทางสร้างประสบการณ์ในช่วงนี้เพื่อสร้างโอกาสให้มีรายได้มากขึ้น เช่น หางานเสริม เพิ่มเติมความรู้ หรืออดทนทำงานหนักสักระยะเพื่อสร้างประสบการณ์ เพราะตอนนี้เป็นช่วงที่ร่างกายยังพร้อมและไหว และคุณในอนาคตจะนึกขอบคุณตัวเองที่ตั้งใจทำงานหนักวันนี้อย่างแน่นอน

ผ่านเรื่องการจัดการการเงินไปแล้ว ทีนี้เรามาคุยกันถึงเรื่องของภาษีกันบ้างครับ สำหรับเรื่องของภาษี ในฐานะที่ทำงานเรื่องนี้และเขียนเพจ TAXBugnoms มาเกือบๆสิบปี ผมคิดว่าสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนควรเริ่มต้นทำให้ไวที่สุดสำหรับเรื่องภาษีคือข้อต่อไปนี้ครับ

3. ยื่นภาษีให้เป็นทันทีที่มีรายได้ เพราะกฎหมายกำหนดให้มนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้เกิน 120,000 บาทต่อปีจะต้องยื่นภาษี แม้ว่าจะไม่เสียภาษีก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการรีบยื่นภาษีให้เป็น ทำความเข้าใจเรื่องภาษีในตอนนี้ ตอนที่เงินเดือนน้อยๆนี่แหละ เพราะมันไม่เสียภาษี แต่เราจะต้องเข้าใจวิธีคำนวณภาษีไว้ล่วงหน้า (สามารถอ่านได้ที่โพสนี้ครับ)

 

 

ข้อดีของการเข้าใจวิธีคำนวณภาษีนั้นมีหลายข้อ (ซึ่งคุณจะรู้ข้อดีของมันหลังจากที่คุณทำงานไปสักพัก) แต่อย่างน้อยที่สุดการยื่นภาษีด้วยตัวเองจะทำให้คุณเข้าใจความจริงว่า การเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นสามารถหักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดเพียงแค่ 100,000 บาท (หลักการของกฎหมายเขียนไว้ 50% ของรายได้แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งนั่นแปลว่าคุณต้องมองเห็นอนาคตข้างหน้าว่า คุณจะต้องเก็บเงินเพื่อวางแผนลดหย่อนภาษีให้เสียน้อยที่สุด ถ้าหากคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อไปในช่วงนี้)

นี่คือขั้นตอนเบื้องต้น 3 ข้อสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เริ่มต้นทำงาน ผมอยากให้คุณเริ่มต้นจาก 3 ข้อนี้ได้ก่อน เพราะหลังจากนี้ไปอีกสักพัก คุณจะพบปัญหาเรื่องการบริหารจัดการภาษี การจัดการเงินสำหรับชีวิต และที่สำคัญที่สุด คุณต้องคิดด้วยว่า คุณต้องการชีวิตแบบไหนในอนาคต..

พบกันในตอนต่อไปครับ… :)

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy