fbpx

ว่าด้วยเรื่องของ การออม การวางแผนภาษี และ มนุษย์เงินเดือน – ตอนที่ 11 | รู้จักกับ RMF (ต่อ)


วันนี้เรามาว่ากันในเรื่องของ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” หรือ “RMF” นั่นเองครับ (ต่อจากนี้ไปผมขออนุญาตเรียกย่อๆว่า RMF นะครับ) เมื่อตอนที่แล้ว (ตอนที่ 10) ผมได้เกริ่นไว้แล้วว่า ในตอนนี้ผมจะอธิบายถึงรายละเอียดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการซื้อ RMF ให้เพื่อนๆฟังอย่างละเอียด ซึ่งอาจจะมีหลายๆเรื่องที่ทำให้คนซื้อ RMF นั้นสับสนได้ครับ

ทีนี้ เราลองมาทบทวนเงื่อนไขการลงทุนใน RMF กันอีกสักครั้งดีกว่าครับ

ในปีแรกที่ซื้อหน่วยลงทุน RMF นั้น เราต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขดังนี้ครับ
(1) ซื้อ RMF ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้ที่ได้รับหรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท แล้วแต่จำนวนใดจะต่ำกว่า
(2) ห้ามขายคืนหน่วยลงทุน (ถ้าขายก็ไม่ได้สิทธิลดหย่อนภาษีสิคร้าบบ)

โดยเงินที่ซื้อหน่วยลงทุน RMF นี้ สามารถนำมาหักลดหย่อนในการคำนวณภาษีได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อนำไปรวมกันกับเงินที่ลงทุนในกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข) หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

เราลองมาดูตัวอย่างการคำนวณวิธีการซื้อ RMF แบบง่ายๆ กันดูครับ …

(คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ได้เลยครับ)

 ทีนี้ หลังจากที่เราซื้อ RMF ในปีแรกเรียบร้อยแล้ว ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขดังนี้ต่อไปครับ

(1) ต้องซื้อติดต่อกันไปทุกปี แต่สามารถที่จะซื้อปีเว้นปีก็ได้
(2) จำนวนเงินที่ซื้อต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้ที่ได้รับหรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท
(3) ในแต่ละปี (นับตั้งแต่ปีแรก) ห้ามขายหน่วยลงทุนคืน เว้นแต่
– ถือกองทุน RMF ไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก และ มีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ หรือ
– ตาย หรือ ทุพพลภาพ

ซึ่งการลงทุนดังกล่าวต้องซื้อหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้งและต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ติดต่อกัน แต่สามารถโอนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุน RMF ได้ (สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน)

.

แต่ถ้าหากเราทำผิดเงื่อนไขของการซื้อ RMF แล้วล่ะก็ เราต้องรีบแก้ไขดังนี้ครับ
1. ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 เพิ่มเติม เพื่อชำระคืนเงินภาษีที่เราเคยได้รับยกเว้นให้เร็วที่สุด
โดยการคำนวณนั้นจะต้องคิดเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ซึ่งการนับเดือนนั้นจะเริ่มนับตั้งแต่เดือนเมษายนในปีที่เราใช้สิทธิยกเว้นภาษี จนถึงเดือนที่มีการยื่นคืนเงินภาษีนั่นเองครับ

2. กำไรที่ได้จากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gain) จะต้องนำมารวมเป็นเงินได้และเสียภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในอัตราร้อยละ 3

ตัวอย่าง
ในปี 2554 นางสาวจิ๊บ อายุ 30 ปี ได้ซื้อหน่วยลงทุน RMF ไว้ 10,000 หน่วย หน่วยละ 10 บาท รวมมูลค่าเป็น 100,000 บาท และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในอัตรา 20% ทำให้นางสาวจิ๊บใช้สิทธิในการลดภาษีไปทั้งสิ้น 20,000 บาท

แต่ในปี 2555 นางสาวจิ๊บเผลอตัวเผลอใจขาย RMF ไปทั้งหมด!!! เป็นจำนวน 10,000 หน่วย หน่วยละ 11 บาท รวมมูลค่าเป็น 110,000 บาท

กรณีนี้ถือว่า นายสาวจิ๊บขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะครบกำหนด 5 ปี และนางสาวจิ๊บอายุไม่ถึง 55 ปี แสดงว่ากรณีนี้ผิดแน่นอนครับ!!!

ดังนั้น นางสาวจิ๊บต้องรีบแก้ไขดังนี้ครับ ^^
1. ยื่นแบบแสดงรายการเพิ่มเติมทันที โดยหากนางสาวจิ๊บยื่นแบบในเดือนมิถุนายน 2555 ก็จะต้องชำระภาษีคืนจำนวน 20,000 บาท พร้อมทั้งเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (เม.ย. – มิ.ย. 2555) เป็นจำนวน 3 เดือน คือ 900 บาท (20,000 x 1.5% x 3) รวมเป็นภาษีที่ต้องชำระเพิ่มเติมทั้งหมด 20,900 บาท

2. กำไรจากการขายจำนวน 10,000 บาท นางสาวจิ๊บจะถูกทาง บริษัทหลักทรัพย์ (บลจ.) หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้จำนวน 3% คือ 300 บาท

หลังจากนั้น นางสาวจิ๊บจะต้องนำเงินกำไรจากการขาย RMF จำนวน 10,000 บาท มารวมคำนวณเป็นเงินได้สำหรับปี 2555 โดยสามารถใช้สิทธินำภาษีจำนวน 300 บาทมาใช้เครดิต(หัก)ภาษีที่ต้องชำระตอนยื่นแบบแสดงรายการครับ

โดยหลักการคิดของ RMF เมื่อผิดเงื่อนไขนั้น จะคิดเหมือนกับการผิดเงื่อนไขของ LTF เลยครับ ผมเลยใช้กรณีเดิม มาเปรียบเทียบให้ดูอีกครั้งครับ หวังว่าคงจะยังไม่เบื่อกันไปก่อนนะครับ ><

ทีนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการลงทุนใน RMF ที่มักจะทำให้ผู้ที่ซื้อ RMF เข้าใจผิดกันเสมอๆ อีกข้อหนึ่งก็คือ คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าการขาย RMF นั้น ผู้ซื้อจะต้องมีอายุครบ 55 ปี และถือกองทุนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปีเท่านั้น

ซึ่งกรณีนี้จะมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุน RMF ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2551 ให้สามารถขายได้โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องอายุ 55 ปีครับ เพียงแค่ลงทุนให้ครบ 5 ปีก็สามารถขายได้ทันทีเลย ซึ่งในส่วนนี้ก็เป็นกรณีพิเศษที่กรมสรรพากรกำหนดไว้เพิ่มเติม เนื่องจากในตอนแรกมีความเข้าใจผิดของการตีความกฎหมายอยู่บางส่วนครับ

แต่สำหรับการขายกองทุน RMF ที่ได้ซื้อหลังจาก 1 มีนาคม 2551 นั้น ผู้ซื้อจะต้องทำตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร คือ ผู้ถือกองทุนต้องอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องมีอายุการลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปีครับ (ห้ามขาดเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งครับ)

รายละเอียดเพิ่มเติมของเรื่องนี้ เพื่อนๆสามารถหาอ่านได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ครับ
http://www.rd.go.th/publish/36195.0.html

สำหรับบทความในวันนี้ ก็หวังว่าจะทำให้เพื่อนๆหลายๆคนเข้าใจเรื่อง RMF ชัดเจนมากขึ้นนะครับ เพราะมีบางคนหลังไมค์มาบอกผมว่า คราวที่แล้วผมยังอธิบายไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร คราวนี้เลยจัดให้เต็มๆ อีกครั้งครับ ซึ่งถ้าหากมีข้อสงสัยก็สอบถามได้ตลอดเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทางหน้า Facebook หรือว่า Comment คำถามไว้ด้านล่างของบทความนี้ได้เลยครับ

ในตอนต่อไป ผมคิดว่าคงจะเป็นตอนสุดท้ายของ LTF และ RMF แล้วล่ะครับ ซึ่งในตอนหน้านี้ผมจะมาสรุปความแตกต่างของการลงทุนทั้งสองแบบนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงแนะนำกลยุทธ์ในการลงทุน RMF ด้วยครับว่าควรจะลงทุนในช่วงไหนและอย่างไร ถึงจะได้ผลตอบแทนที่ดีสุดครับ

สุดท้ายนี้ ผมขอรบกวนให้ทุกคนที่อ่านบทความนี้ ช่วย Like และ Share ให้ด้วยนะครับ เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้กับเจ้าของบล็อกตาดำๆคนนี้บ้างไงครับ

:D

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy