กลับมาต่อกับบทความเรื่อง “มาวางแผนธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์” ในตอนที่ 2 กันดีกว่าครับ หลังจากที่ผมมัวแต่วิ่งวุ่นๆอยู่กับการทำ “E-Book วางแผนภาษี”  และส่งบล็อกตัวเองเข้าประกวด “Thailand Blog Award 2012” อยู่หลายวัน จนไม่มีเวลามาเขียนบทความต่อเนื่องเลย แหะๆๆ …

ก่อนที่จะเข้าสู่บทความตอนนี้ ผมมีคำถามสั้นๆ หนึ่งคำถาม อยากถามคุณว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ” คืออะไรครับ ?

ติ๊กต็อกๆๆๆๆ
ติ๊กต็อกๆๆๆ
ติ๊กต็อกๆๆ
ติ๊กต็อกๆ
ติ๊กต็อก

.
.
.
.
.

หมดเวลา!!!

คิดคำตอบของคุณแล้วใช่ไหมครับ ลองนึกไว้ในใจก่อนนะครับ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกก็ลองมาคุยกันต่อดีกว่าครับว่า คนส่วนใหญ่ เมื่อถูกถามถึงเรื่องนี้แล้ว เค้านึกถึงเรื่องอะไรกันบ้าง …

- ไอเดีย แผนการ ปรัชญา แผนธุรกิจ -

มีหลายๆคนบอกกับผมว่า จุดเริ่มต้นในการทำธุรกิจของพวกเค้าก็คือ “ไอเดีย แผนการ ปรัชญา และ แผนธุรกิจ” ที่ต้องมาเป็นสิ่งแรก เพราะถ้าหากเรายังไม่มี “ความคิด” ที่จะนำมาสร้างสรรค์ธุรกิจ แล้วเราจะ “เริ่มต้นทำธุรกิจ” ได้ยังไง จริงไหมล่ะครับ

- ความรู้ และ ความเข้าใจ -

บางคนอาจจะมองว่า “ความรู้” และ “ความเข้าใจ” น่าจะเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหากเราได้เริ่มต้นธุรกิจจากสิ่งที่ตัวเองมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ตัวอย่างง่ายๆเช่น บางคนมีความคิดที่อยากเปิดร้านกาแฟเพราะตัวเองชอบดื่มกาแฟ ทำให้เริ่มศึกษาถึงวิธีการทำกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟ อุณหภูมิของน้ำ จนสามารถนำความรู้ที่มีอยู่ไปเปิดร้านกาแฟได้ ดังนั้น ความรู้ และ ความเข้าใจ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องสำหรับการ “เริ่มต้นธุรกิจ” เหมือนกัน

ความรู้ที่ว่านี้ หมายความรวมถึง “ข้อมูล” ที่เราได้รับมาจากแหล่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้คุณสามารถนำไปใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางทฤษฎีหรือประสบการณ์ในชีวิตจริงก็ตาม เพราะการที่คุณมีข้อมูลที่ดีอยู่ในมือมากแค่ไหน ยิ่งจะช่วยส่งผลให้คุณสามารถดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น

- ความกล้า -

ข้อนี้ก็น่าจะสำคัญมากๆ เหมือนกัน เพราะถ้าคนเราไม่มี “ความกล้า” ที่จะออกมาตามหาฝัน อย่างเช่น หลายๆคนที่ยอมลาออกจากงานประจำเพื่อมาทำธุรกิจส่วนตัว หรือยอมลงทุนด้วยอนาคตที่เหลือของตัวเองให้กับการทำธุรกิจ ถ้าไม่มี “ความกล้า” ก็คงจะไม่มี “ใครกล้า” จะเริ่มต้น อืมมม จะว่าไปก็ถูกของเค้านะ ><

- เงินทุน -

“เงินทุน” ก็น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญเหมือนกัน ถ้าเราจะลงมือทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะก็ เงินก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาใช้เพื่อแลกเปลี่ยนกับสิ่งที่คุณต้องการ ถ้าธุรกิจของคุณไม่มีเงินทุน ก็เหมือนกับ เรือที่ไม่มีหางเสือ จะไปทางไหนก็แสนจะลำบาก สุดท้ายเรือก็อาจจะล่มได้

คำตอบที่ว่ามาของผม ตรงกับที่คุณคิดไว้บ้างหรือเปล่าครับ?

ถึงแม้ว่าจะตรงหรือไม่ตรงก็ตามแต่ สิ่งที่คุณคิดไว้นั้น ผมถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจของคุณเหมือนกันครับ เพราะคำตอบของการทำธุรกิจใดๆก็ตามนั้น ไม่มีที่ถูกและผิด แต่จริงๆแล้ว ถ้าเราลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่า “ธุรกิจ” ไม่สามารถ “ขาด” สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นได้เลย แม้แต่เพียงอย่างเดียว และผมกล้าบอกตรงๆเลยครับว่า แม้กระทั่งธุรกิจที่มีสิ่งเหล่านี้ครบทุกอย่าง บางครั้งก็ไม่สามารถอยู่รอดได้เลยครับ …

สรุปง่ายๆ ก็คือ “สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ”
คือ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” ซี่งหมายถึง คำตอบที่คุณคิดไว้ในใจด้วยครับ :)

.
.
.
- รูปแบบของธุรกิจ -

ทีนี้เรามาลองมองสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจตามแบบฉบับของ “บล็อกภาษีข้างถนน” กันบ้างดีกว่าครับ มีอีกสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญมากๆ สำหรับการทำธุรกิจทุกประเภท นั่นก็คือ “รูปแบบ” ของธุรกิจ ที่คุณจำเป็นต้องกำหนดไว้ในครั้งแรกที่คุณเริ่มธุรกิจเลยล่ะครับ

ก่อนอื่น ถ้าหากคุณคิดว่า คุณมีทุกอย่างข้างต้นพร้อมแล้ว ทั้ง ไอเดีย ความรู้ ความกล้า และ เงินทุน ผมก็คงจะต้องแอบกระซิบถามเบาๆว่า
“ฮุฮุ เอ่ออ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่า คุณได้วางแผน “รูปแบบของธุรกิจ” ของคุณไว้หรือยัง”

รูปแบบของธุรกิจ คือ อะไร?
รูปแบบของธุรกิจ คือ ลักษณะหรือแนวทางในการทำธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันนี้ในทางกฎหมาย มีรูปแบบของธุรกิจมีอยู่ 2 ประเภท คือ “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล

 - บุคคลธรรมดา VS นิติบุคคล -

คำว่า “บุคคล” จะหมายความถึง สิ่งซึ่งสามารถมีสิทธิและหน้าที่ได้ตามกฎหมาย ซึ่งได้แก่

1. บุคคลธรรมดา หมายถึง คนซึ่งมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย

2. นิติบุคคล หมายถึง กลุ่มบุคคลหรือองค์กรซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เป็นบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา แต่มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเช่นเดียวกันกับ บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างเช่น ป่านกับยุทธ ต่างฝ่ายต่างถือว่าเป็น “บุคคลธรรมดา” แต่ถ้าหากป่านกับยุทธนั้นตัดสินใจที่จะร่วมมือกันจัดตั้งบริษัทขึ้นมา ชื่อว่า บริษัท ป่านยุทธ จำกัด ก็จะถือว่าบริษัทนี้แยกออกมาเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีสถานภาพเป็น “นิติบุคคล” ที่ไม่ใช่ทั้ง ป่าน และ ยุทธ

.
.
.

- รูปแบบของธุรกิจในปัจจุบัน -

นอกจากบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลแล้ว เราสามารถ แบ่งประเภทย่อยๆ ออกเป็นธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ดังนี้ครับ

ซึ่งสำหรับรูปแบบของธุรกิจในแบบต่างๆตามรูปข้างบนนี้ ผมขออนุญาตยกยอดไปพูดถึงในตอนถัดไปแทนละกันนะครับ จะได้ถือโอกาสอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า ธุรกิจในแต่ละรูปแบบนั้น มีความแตกต่างกันตรงไหนและอย่างไรบ้าง รับรองได้เลยว่า “ไม่มีใครเคยบอกคุณมาก่อน”

สุดท้ายนี้ก็ ขอฝากให้เพื่อนๆทุกคน ช่วย Like & Share บทความนี้ พร้อมกับติดตามตอนต่อไปในวันพรุ่งนี้นะคร้าบบบ

:D

About TaxBugnoms

“TaxBugnoms” เป็นนามปากกาของนักเขียนที่มีชื่อประหลาดๆ ว่า “บักหนอม” (Bugnoms) ผู้เป็นเจ้าของบล็อกภาษีข้างถนน เนื่องจากนายบักหนอมจบการศึกษาทางด้านบัญชี ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท รวมถึงมีประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานในแวดวงภาษี บัญชีการเงิน การลงทุน มามากกว่า 10 ปี เลยตัดสินใจนำประสบการณ์ของตัวเองเขียนออกมาเป็นบล็อก เพื่อแบ่งปันความรู้แก่ผู้อื่นในโลกอินเทอร์เน็ต บวกกับความต้องการที่จะทำตามความฝันในวัยเด็ก คือ การเป็นนักเขียน แต่ไม่มีใครจ้างซักที เลยต้องทำบล็อกเอง เขียนเอง และโปรโมทเอง แบบนี้แหละฮ้าฟฟฟ :D

Loading Facebook Comments ...
Loading Disqus Comments ...