สรรพากรเตรียมแก้ไขประมวลรัษฎากร เรื่อง การแยกยื่นภาษีเงินได้ระหว่างสามีภรรยา


เนื่องจากการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีปัจจุบันนี้ (2554) กรณีของสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันนั้น จะถือว่ามีความเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย ซึ่งในทางภาษีจะถือว่าคือหน่วยภาษีเดียวกัน ทำให้ เงินได้ของภรรยาต้องนำมายื่นรวมเป็นเงินได้ของสามี (ในกรณีที่การจดทะเบียนสมรสมีอยู่เต็มปีภาษี)

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ภรรยามีเงินได้ ประเภท 40(1) หรือเงินเดือน จึงจะสามารถเลือกได้ว่าจะนำเงินได้ของตนเองมายื่นรวมกับสามีหรือไม่ก็ได้ ซึ่งการแยกยื่นแบบแสดงรายการของสามีภรรยานั้นจะได้ประโยชน์ทางภาษีมากกว่าโดยถือเป็นการกระจายฐานเงินได้และเพิ่มค่าใช้จ่ายได้ แต่ในกรณีที่ภรรยามีเงินได้ประเภทอื่นๆ ที่มิใช่เงินเดือน จะต้องนำมารวมเป็นเงินได้ของสามี ซึ่งได้กำหนดไว้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 57 ตรี และ 57 เบญจ ซึ่งทำให้คู่สมรสต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้นกว่าผู้ที่เป็นโสด เนื่องจากรวมรายได้กันแล้วมีฐานภาษีที่สูงกว่า

.
.

มาตรา 57 ตรี ในการเก็บภาษีเงินได้จากสามีและภริยานั้น ถ้าสามีและภริยาอยู่ร่วมกันตลอดปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษี แต่ถ้าภาษีค้างชำระและภริยาได้รับแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันแล้ว ให้ภริยาร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

ถ้าสามีหรือภริยามีความประสงค์จะยื่นรายการแยกกันก็ให้ทำได้ โดยแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบภายในเวลาซึ่งกำหนดให้ยื่นรายการ แต่การแยกกันยื่นรายการนั้น ไม่ทำให้ภาษีที่ต้องเสียเปลี่ยนแปลงอย่างใด

ถ้าเห็นสมควร เจ้าพนักงานประเมินอาจแบ่งภาษีออกตามส่วนของเงินได้พึงประเมินที่สามีและภริยาแต่ละฝ่ายได้รับ และแจ้งให้สามีและภริยาเสียภาษีเป็นคนละส่วนก็ได้ แต่ถ้าภาษีส่วนของฝ่ายใดค้างชำระและอีกฝ่ายหนึ่งได้รับแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันแล้ว ให้อีกฝ่ายหนึ่งนั้นร่วมรับผิดในการเสียภาษีที่ค้างชำระนั้นด้วย

การที่สามีภริยาอยู่ต่างท้องที่กันหรือต่างคนต่างอยู่เป็นครั้งคราวยังคงถือว่าอยู่ร่วมกัน

มาตรา 57 เบญจ ถ้าภริยามีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว ไม่ว่าจะมีเงินได้พึงประเมินอื่นด้วยหรือไม่ ภริยาจะแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีเฉพาะส่วนที่เป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) โดยมิให้ถือว่าเป็นเงินได้ของสามีตามมาตรา 57 ตรี ก็ได้



.
.

ที่มาของกฎหมายมาตรานี้นั้น เกิดจากในสมัยก่อน สามีจะเป็นผู้หารายได้หลักเข้าครอบครัว ผู้หญิงแทบทั้งหมดล้วนเป็นแม่บ้าน ทำให้รายได้ต่างๆที่เกิดขึ้นในชื่อของภรรยานั้น มักจะถูกมองว่าเป็นวิธีเลี่ยงภาษีของสามี โดยการนำรายได้ของตนไปแบ่งใส่ในชื่อของภรรยา ทำให้กรมสรรพากรในยุคนั้น ได้ข้อสรุปว่าการใส่รายได้ในชื่อภรรยาเป็นการเลี่ยงภาษี ต้องนำมารวมคิดเป็นรายได้ของสามีเสมอ

แต่ในปัจจุบัน เราจะเห็นได้ว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่นั้นได้ออกมาทำงานเช่นเดียวกันกับผู้ชาย แต่กฎหมายดังกล่าวยังถูกบังคับใช้อยู่ ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการเสียภาษี จนถึงขั้นทำให้มีคู่สามีภรรยาบางคู่ตัดสินใจไปจดทะเบียนหย่า เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการแยกยื่นแบบแสดงรายการ

แต่ในช่วงเดือนเมษายน 2555 ได้มีข่าวดีออกมาแล้วครับว่า สรรพากรกำลังจะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ภรรยาสามารถแยกยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีได้โดยไม่ต้องนำมารวมกับสามีอีกต่อไป โดยความเห็นส่วนตัวของผม มองว่า ถึงแม้อาจจะทำให้ได้รับภาษีลดลง แต่จะทำให้ความเป็นธรรมของกฎหมายเพิ่มขึ้นครับ

สำหรับรายละเอียดของข่าวอ่านได้ที่นี่ครับ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1326173025&grpid=00&catid=00

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลเพิ่มเติมจาก
http://www.oknation.net/blog/banyong/2009/07/29/entry-1





Send this to friend

.