[กิจกรรม] แจกหนังสือ “เงินน้อยก็รวยได้” และ “ตัดภาษี มีเงินออม TaxBugnoms ช่วยได้”


อะแฮ่มๆ ตามที่เคยได้ประกาศไว้ในหน้าเพจ “บล็อกภาษีข้างถนน” ว่ากำลังจะจัดกิจกรรมแจกหนังสือฟรี!!!! (ที่เขียนเอง  – -” ) ตลอดทั้งเดือนมีนาคม 2556 โดยสิทธิพิเศษนี้มีเฉพาะเพื่อนๆสมาชิกเพจ “TaxBugnoms” เท่านั้น !!!!! (ใครยังไม่ Like ก็รีบกด Like กันนะจ๊ะ อิอิ)

TaxBugnoms

ตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวเป็นตนก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ออกหนังสือ Pocket Book “สองเล่มแรก” เค้าสักที (เค้าออกกันทีละเล่ม ไอ้เจ้านี่ดันประหลาดออกทีเดียวพร้อมกัน 2 เล่มซะงั้น – -“) ไหนๆก็ไหนแล้ว ผมขอถือโอกาสโปรโมทหนังสือ พร้อมกับจัดกิจกรรมสนุกๆเพื่อแจกหนังสือให้เพื่อนๆทุกคนซะเลยยยยยส์ (โปรดอ่านลากเสียงยาวๆประกอบด้วยนะคร้าบ…..) โดยหนังสือ 2 เล่มแรกที่จะแจก ได้แก่ …

1. “เงินน้อยก็รวยได้” หนังสือการเงินอ่านง่ายไม่ต้องวิ่งหนี อธิบายด้วยภาพพร้อมกับการ์ตูนสบายตา

TH06_0
2. “ตัดภาษี มีเงินออม TaxBugnoms ช่วยได้” เคล็ดลับในการออมและการวางแผนภาษี เพื่ออนาคตที่สดใสของมนุษย์เงินเดือน พร้อม Update กฎหมายภาษีใหม่ปีล่าสุด!!!

TH07

สำหรับการแจกหนังสือครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแจกที่ “พิเศษ” กว่าครั้งไหนๆ เนื่องจากผมเป็นคนเขียนเอง เอ้ย!!! ไม่ใช่ เนื่องจากผมจะแจกสัปดาห์ละ 2 เล่มตลอดเดือนมีนาคม 2556 นี้ โดยกิจกรรมแต่ละครั้งจะเปิดให้ร่วมสนุกประมาณ 5 วัน เท่านั้นนะคร้าบบบ …

– ผลการร่วมสนุกครั้งที่ 1 –

“ถ้าหากคุณได้เป็นผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร
คุณอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรเป็นอันดับแรก”

1. ผู้ที่ได้รางวัลหนังสือ “เงินน้อยก็รวยได้” คือ คุณ Mkapuh Puh



“เปลี่ยนเรื่องธรรมเนียม วิธีปฎิบัติที่ไม่ถูกต้องของข้าราชการ ส่วนต่างๆที่ในอดีตทำกันจนชินชา เหมือนเป็นเรื่องปกติ เพื่อให้เป็นแบบอย่างให้จังหวัดอื่นๆเห็นเพื่อนำไปปฎิบัติตามได้ เช่น เงินใต้โต๊ะ ส่วย การทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม และอื่นๆ อีกมากมาย”

2. ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือ “ตัดภาษี มีเงินออม TaxBugnoms ช่วยได้” คือ คุณจินตนา อรรถกรจิระ

“เพิ่มพื้นที่ขายอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคที่สะอาดได้มาตรฐานในราคาที่ชาวบ้านรายได้น้อยซื้อหาได้ ในพื้นที่ชั้นในและนอก ให้มากที่สุด มีทุกถนนเลยยิ่งดี โดยเช่าที่เอกชน หรือทางราชการ กทมฯ ลงทุนทั้งหมด บริหารให้มีกำไรอยู่ได้เท่านั้นห้ามเอากำไรเข้ากระเป๋า เมื่ออาหารราคาถูก คนจนสามารถซื้อกินได้ ผู้คนจะมีความสุข สังคมจะดีขึ้นเอง ท้องของพวกเขาอิ่มแล้ว จะทำงานได้มากขึ้น สร้างรายได้เชิงภาษีให้กทมฯ ในที่สุด”

– ผลการร่วมสนุกครั้งที่ 2 –

“ถ้าให้คุณเลือก “ทวงคืน” อะไรสักอย่างให้กับตัวเอง
คุณจะทวงคืนอะไร และทำไมถึงทวงคืนสิ่งนั้น”

1. ผู้ที่ได้รางวัลหนังสือ “เงินน้อยก็รวยได้” คือ คุณ Tee Seikou

“ผมขอเลือกทวงคืน โอกาส เพราะโอกาสสำคัญๆ ในชีวิตบางครั้งผ่านเข้ามาเพียงครั้งเดียวในชีวิต แต่เนื่องด้วยความไม่พร้อมในวัยเยาว์ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการ ขาดความสามารถในการบริหารจัดการที่ดี ทำให้เราพลาดหรือใช้โอกาสเหล่านั้น ได้อย่างไม่คุ้มค่า เพราะฉะนั้นหากมีโอกาสอีกครั้ง ผมจะเลือกทำมันอย่างเต็มที่ ใช้สติ ปัญญา ความรู้ที่มีทั้งหมด ลงมือทำอย่างตั้งใจ เพื่อที่จะไม่ต้องเสียใจภายหลัง กับโอกาสที่เราอาจจะได้พบเจอเพียงหนึ่งครั้งในชีวิต”

2. ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือ “ตัดภาษี มีเงินออม TaxBugnoms ช่วยได้” คือ คุณ Phuket Asakura

“สิ่งที่ทวงคืนได้ ผมจะไม่ขอทวงคืนอะไรทั้งนั้นครับ เพราะสิ่งที่ผ่านมา ไม่ว่าจะพลาด จะผิด จะพลั้งอะไรจะเสียหาย ขาดทุน เสียใจ หรือ ส่วนที่ดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมนั้น มันช่างวิเศษ มันได้สอนให้ผมเป็นอย่างทุกวันนี้ถ้าไม่ได้ผิดพลาดในอดีต ผมก็คงไม่แก้ไขตัวเองและคงไม่ได้เป็นอย่างในวันนี้ คงไม่พัฒนาตัวเองและปล่อยให้โอกาสต่างๆลอยผ่านไป แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากให้ทวงคืนจริงๆ ผมอยากทวงคืนชีวิตของคุณยาย ให้ท่านได้เห็นว่า หลานคนนี้ประสบความสำเร็จยังไงครับ”



– กิจกรรมร่วมสนุกครั้งที่ 3 –

สำหรับครั้งนี้เป็นกิจกรรมครั้งสุดท้ายของเดือนนี้แล้วนะครับ โดยผมจะแจกทั้งหมดรางวัลละ 3 เล่มกันเลยทีเดียว ซึ่งกติกาครั้งนี้ก็ยังคงให้เพื่อนๆตอบคำถามเหมือนเช่นเคย กับคำถามที่ถามว่า (แต่น แต่น แต่น แต้นนนน)

“คุณใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินว่าคนๆหนึ่งนั้นเป็น “คนดี” หรือ “คนเลว”

กิจกรรมครั้งนี้สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง “31 มีนาคม 2556” หลังจากนั้นผมจะสุ่มเลือกผู้โชคดีที่ตอบคำถามได้โดนใจ และติดต่อไปยังอีเมลล์ที่แจ้งไว้เพื่อขอทราบชื่อและที่อยู่ในการจัดส่งหนังสือต่อไปคร้าบบบบบบบบ

ผู้ที่ได้รางวัลหนังสือ “เงินน้อยก็รวยได้” ได้แก่
1. Sunwaii Baka 2. สูงวัย และ ไทยแท้ 3. pimonratana.ch

ผู้ที่ได้รับรางวัลหนังสือ “ตัดภาษี มีเงินออม TaxBugnoms ช่วยได้”
1. preejant@gmail.com 2. Pathiphan Tepinta 3. Araya Tangsunthorntham

โดยคำตอบมีดังนี้ครับ

ปัจจุบันในประเทศเราเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของคนดีมาก่อนคนเก่ง ผมไม่สามารถไปตัดสินชีวิตของคนอื่นได้ว่าเค้าเป็นคนดีหรือเป็นคนเลว ผมเชื่อว่าการที่เรามองแต่แง่ดีของคนๆหนึ่งนั้นย่อมดีกว่า

คนเราสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อเค้าเปลี่ยนแปลงไปในการที่ดีขึ้นเราก็ควรให้โอกาสเค้าได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง การไปตัดสินคนอื่นจากการกระทำบางอย่างนั้นย่อมไม่มีความยุติธรรม อย่างที่พระพุทธเจ้าได้สอนไว้ว่า มนุษย์เราทุกคนมีศักยภาพในตัวเองคือผู้ที่สามารถฝึกฝนอบรมได้นั้นเอง

สรุปแล้วคำว่า คนดีและคนเลวสำหรับผมก็คือ คนดีคือคนที่มีสติ คิดก่อนทำ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่ทำได้ ส่วนคนเลวก็คือคนที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองมาเป็นคนดีในวันข้างหน้าถ้าพวกเค้าได้รับโอกาสจากสังคม

สิ่งที่เค้่าทำเหมือนเรา

ทำดีเหมือนเรา = คนดี
ทำเลวเหมือนเรา = คนเลว

เพราะตัวเราเท่านั้นที่รู้ว่า สิ่งที่ทำลงไป ดี หรือ เลว

 “คนดีของฉันอาจเป็นคนเลวของเขา
และคนเลวของฉันอาจเป็นคนดีของเขา
ไม่มีเกณฑ์อะไร ใจล้วนๆ….”

การคบกันและได้เรียนรู้กัน เวลาจะเป็นตัวบอกครับ

บางอย่างไม่สามารถประเมินจากสิ่งที่เห็น
บางอย่างไม่สามารถประเมินจากสิ่งที่เป็น

ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง ฉะนั้นการคบกันและได้เรียนรู้กัน ก็จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เขาเป็น และอาจทำให้มุมมองของเราเปลี่ยนจากการที่เรามองเขาเป็นคนไม่ดีกลายเป็นคนดี

คนดีหรือคนเลวนั้น ผมตัดสินด้วย “ความรู้สึกของตัวเอง” เพราะถึงเเม้การกระทำเเละผลของการกระทำจะเป็นตัวบอกลักษณะของคนๆนั้น เเต่การกระทำต่างๆนั้นจะส่งผลสองด้านเสมอ

เช่น คนๆหนึ่งรักเเม่ของเขามาก วันหนึ่งเเม่เขาป่วยหนัก เขาเองก็ไม่มีเงิน เเต่ถ้าปล่อยไว้เเม่เขาต้องตายเเน่ เขาจึงเข้าไปขโมยเงินในธนาคาร เเต่ดันเผลอไปฆ่าคนตาย เราอาจจะได้บอกว่าเขาผิด เเต่เราจะบอกว่าเขาเป็นคนเลวยังงั้นหรอ ? เขาอาจจะเลวในสายตาของคนที่ตาย หรือญาติๆ เพื่อนๆ ของคนที่ตาย เเต่อาจจะเป็นคนดีในสายตาของคนอื่นที่มองเหตุการณ์ในมุมต่างๆก็ได้

ดังนั้นความรู้สึกของตนเองจึงเป็นสิ่งที่จะตัดสินว่าใคร “ดี”หรือ”เลว” ความเลวนั้นอาจไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี เพราะคนทุกคนนั้นต่างก็มีส่วนที่ “ดี”เเละ”เลว” อยู่ในตัว เพราะมันเป็นสิ่งที่รักษาความเป็น”คน”เอาไว้นั้นเอง

อะไรดี อะไรเลว จริงๆแล้วอาจจะใช้แค่มาตรฐานของสังคมที่เราอยู่เป็นตัวชี้วัดได้แบบง่ายๆ

คนส่วนใหญ่บอกว่าชอบ = ดี
คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ = เลว

ยกตัวอย่างหากสังคมที่อยู่บอกว่า การใช้นิ้วมือชี้หน้า ถือเป็นเรื่องเลวทรามผิดมารยาท แต่การใช้เท้าชี้หน้าถือเป็นเรื่องถูกต้องสมควรกระทำได้ เราก็จะซึบซัมในความคิดนี้มาตั้งแต่เด็กๆ และก็จะกลายเป็นบรรทัดฐานทางสังคมสำหรับเราไปด้วย ต่อให้มันขัดกับสามัญสำนึกของสังคมอื่นๆ หรือขัดกับความคิดใครบางคนขนาดไหนหรือแค่ไหนก็ตาม





Send this to friend

.