[บทความวารสาร] ยื่นแบบภงด.51 อย่างไร ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม

โพสต์เมื่อ: 21 ส.ค. 2014 - ป้ายกำกับ: , ,


ตีพิมพ์ครั้งแรก : วารสาร CPD Account : July 2014
สำนักพิมพ์ : ธรรมนิติ

เมื่อผ่านเดือนกรกฎาคมทีไร นักบัญชีทุกคนเหมือนจะมีสัญญานเตือนภัยว่า โอ๊ะ.. ผ่านมาแล้ว 6 เดือน นี่ก็เข้าใกล้ฤดูกาลยื่นภาษีครึ่งปีอีกแล้วสินะ เพราะภายในวันที่ 31 สิงหาคมของทุกปี บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส่วนใหญ่นั้นต้องมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีครึ่งปี

เนื่องจากมาตรา 67 ทวิแห่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบภายในสองเดือนนับตั้งแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาหกเดือนแรก (นับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี) โดยปกติแล้วบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส่วนใหญ่มักจะมีรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม แต่ถ้าใครมีรอบบัญชีที่ไม่ใช่รอบนี้ ก็อย่าเผลอไปยื่นเชียวนะครับ เดี๋ยวพี่ๆสรรพากรจะงงเอา (อิอิ)

ใครบ้างเป็นผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51

สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีนั้น ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก “ฐานกำไรสุทธิ” ซึ่งหมายถึง วิธีการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คำนวณจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำภายในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วย รายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี และคูณด้วยอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนด

แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการเสียภาษีเงินได้ฐานกำไรสุทธินั้น จะมีบางกรณีที่ถูกยกเว้นไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภ.ง.ด. 51 หากเป็นรอบบัญชีแรกที่กิจการได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือจดทะเบียนเลิกกิจการ ทำให้มีรอบบัญชีไม่ครบ 12 เดือน

วิธีการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามแบบ ภ.ง.ด. 51 เป็นอย่างไร

ปัจจุบันประมวลรัษฏากรมีทางเลือกในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 วิธี ได้แก่

1. วิธีประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ
2. วิธีคำนวณและชำระภาษีจากกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาหกเดือน สำหรับกรณีของบริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

โดยปกติแล้วบริษัทฯและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไปนั้นจะใช้วิธีการตามข้อ 1. คือคำนวณภาษีเงินได้ครึ่งปีจาก “ประมาณการกำไรสุทธิ” แต่ถ้าหากกิจการใดต้องการที่จะใช้กำไรขาดทุนที่แท้จริงของรอบ 6 เดือนเพื่อคำนวณภาษีเงินได้ครึ่งปีนั้น ต้องดำเนินการตามเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดให้มีการสอบทานงบแสดงสถานะทางการเงินเมื่อครบกำหนดระยะเวลาหกเดือนนับแต่วันแรกของรอบระยะเวลาบัญชี รวมถึงขออนุมัติต่ออธิบดีกรมสรรพากร โดยดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 128)



ข้อควรระวังสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51

การยื่นแบบ ภ.ง.ด. 51 เป็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีครึ่งปี ซึ่งเป็นการนำส่งภาษีไว้ล่วงหน้า โดยความผิดที่อาจจะเกิดขึ้นได้สำหรับกรณีนี้นั้น มีอยู่ 2 กรณี คือ การยื่นแบบแสดงรายการล่าช้า และ การประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25

1. การยื่นแบบล่าช้า กรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องระวางโทษปรับอาญาตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

1. กรณียื่นแบบแสดงรายการ ภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดยื่นรายการ ต้องระวางโทษปรับ 1,000 บาท
2. กรณียื่นแบบแสดงรายการหลังจาก 7 วันนับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลายื่นรายการต้องระวางโทษปรับ 2,000 บาท

ถ้าหากมีเงินภาษีต้องชำระ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยังต้องรับผิดชอบเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฎากรในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน

2. การประมาณการกำไรสุทธิสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีขาดไปเกินร้อยละ 25

มาตรา 67 ตรีแห่งประมวลรัษฏากรกำหนดไว้ว่า หากกิจการประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิ โดยไม่มีเหตุอันสมควร มีผลทำให้ต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ

ตัวอย่างเช่น บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51) โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีไว้จำนวน 6,000,000 บาท แต่ปรากฏว่าเมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทมีกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้จำนวน 10,000,000 บาท จากกรณีดังกล่าวบริษัทแสดงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีตามแบบ ภ.ง.ด. 50 ต่ำกว่ากำไรสุทธิจริงที่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีไปจำนวน 4,000,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 40 ซึ่งถือว่าบริษัทฯได้ประมาณการขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50

อย่างไรก็ตามประมวลรัษฏากรมีบทอนุโลมเพื่อลดหย่อนกรณีประมาณการกำไรขาดเกินไว้ นั่นคือ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 50/2537 ได้ระบุไว้ว่า ถ้าหากกิจการสามารถเลือกที่จะประมาณการกำไรสุทธิและยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีครึ่งปีไว้ “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” ของภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในรอบระยะเวลาบัญชีที่แล้ว กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควร และถ้าหากกิจการทำได้เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาที่ต้องโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มและยื่นคำร้องขอพิจารณาลดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มย้อนหลังอีกต่อไป



ตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งได้ยื่นภาษีเงินได้สำหรับรอบบัญชีปี 2556 ไว้จำนวน 5,000,000 บาท ดังนั้นในปี 2557 บริษัทฯ ดังกล่าวต้องยื่นชำระภาษีครึ่งปีของไว้ไม่ต่ำกว่า 2,500,000 บาท ถึงแม้ว่าจะประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25 ก็ถือว่าเป็นเหตุอันสมควร เพราะเสียภาษีไว้ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ 5,000,000 บาท

การคำนวณ “เงินเพิ่ม” เมื่อประมาณการกำไรสุทธิขาดเกินไปกว่าร้อยละ 25

ตัวอย่างเช่น บริษัท SMEs มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 25 ล้านบาท มีกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีคือ 2,500,000 บาท (จากประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 5,000,000 บาท) ดังนั้นภาษีที่คำนวณได้และต้องยื่นแบบแสดงรายการก็คือก็คือ 405,000 บาทเนื่องจากกิจการดังกล่าวได้รับยกเว้นกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากรฉบับที่ 564

เมื่อถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ปรากฎว่าบริษัทฯมีกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นจริงจำนวน 10,000,000 บาท นั่นหมายความว่า บริษัทฯได้ประมาณการขาดเกินไปถึงร้อยละ 50 ซึ่งมากกว่าร้อยละ 25 ดังนั้นวิธีการคำนวณเงินเพิ่มจะเป็นดังนี้

1. กำไรสุทธิตาม ภ.ง.ด.50 = 10,000,000 บาททำให้บริษัทฯมีกึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิ = 5,000,000 บาท
2. คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมภาษีที่คำนวณได้ 905,000.00
3. ดังนั้นภาษีที่ยื่นขาดไปจำนวน (905,000 – 405,000) = 500,000 บาท มีผลให้บริษัทต้องเสียเงินเพิ่ม 20 % ของภาษีที่ชำระขาดไป (500,000 x 20%) คือ = 100,000 บาท

เอาล่ะครับ… สำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีครึ่งปีก็คงต้องจบลงในตอนนี้แล้วล่ะครับ หากท่านผู้อ่านท่านใดมีปัญหาสงสัย หรือข้อซักถามใดๆ หรืออยากแนะนำให้เขียนเรื่องอะไรเป็นพิเศษสามารถแวะมาทักทายพูดคุยกันได้ที่หน้า Fanpage ของ“บล็อกภาษีข้างถนน” (Facebook.com/TaxBugnoms) ได้ตลอด 24 ชั่วโมงนะคร้าบบบบ





Send this to friend

.