สัญญาเช่า ความแตกต่างระหว่างมุมมองทางบัญชีและภาษี (2)

โพสต์เมื่อ: 23 ก.ค. 2010 - ป้ายกำกับ: ,


ผู้แต่ง: ธีรยุทธ์ สถิตย์พรอำนวย

ก่อนที่จะทำความเข้าใจถึงแนวทางบัญชีและภาษีสำหรับสัญญาเช่านั้น ผู้เขียนใคร่อยากกล่าวถึงประเภทของสัญญาเช่าที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะความแตกต่างของประเภทสัญญาเช่านั้น ก็มีผลโดยตรงต่อแนวทางบัญชีและทางภาษี ที่ทำให้แตกต่างกันไปด้วย  ทั้งนี้สัญญาเช่าอาจแบ่งประเภทใหญ่ ๆ ได้ดังนี้

  1. สัญญาเช่า
  2. สัญญาเช่าซื้อ
  3. สัญญาขายผ่อนชำระ
  4. สัญญาเช่าระยะยาว

1. สัญญาเช่า

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 537 บัญญัติว่า “อันว่า เช่า ทรัพย์สิน นั้น คือ สัญญา ซึ่ง บุคคลคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ให้เช่า ตกลงให้ บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้เช่า ได้ใช้ หรือ ได้รับประโยชน์ ใน ทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่ง ชั่วระยะเวลา อันมีจำกัด และ ผู้เช่า ตกลงจะให้ ค่าเช่า เพื่อการนั้น”

ทั้งนี้จากบทบัญญัติดังกล่าว ก็ไม่แตกต่างจากคำนิยามของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 29  (ปรับปรุง 2550) เรื่อง สัญญาเช่า ระบุว่า สัญญาเช่า หมายถึง สัญญาหรือข้อตกลงที่ผู้ให้เช่าให้สิทธิแก่ผู้เช่าในการใช้สินทรัพย์สำหรับช่วงเวลาที่ตกลงกันเพื่อแลกเปลี่ยนกับค่าตอบแทนซึ่งได้รับชำระในงวดเดียวหรือหลายงวด

อย่างไรก็ตาม ในความหมายของทางบัญชีแล้ว สัญญาเช่าตามคำนิยามยังรวมถึง สัญญาเช่าสินทรัพย์ที่ผู้เช่ามีสิทธิที่จะได้รับกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่เช่า เมื่อผู้เช่าปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน สัญญาเช่าดังกล่าวบางครั้งเรียกว่า “สัญญาเช่าซื้อ” ซึ่งแตกต่างกับความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งถือว่าสัญญาเช่าซื้อ เป็นสัญญาอีกชนิดหนึ่ง ดังที่จะได้กล่าวในหัวข้อถัดไป (แต่ในทางบัญชี สัญญาเช่าซื้อ ถือเป็นสัญญาเช่ารูปแบบหนึ่งภายใต้สัญญาเช่าการเงิน)

จากความแตกต่างดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตประการหนึ่ง กล่าวคือ ในทางบัญชีนั้น มิได้ให้ความสำคัญกับ “หลักกรรมสิทธิ์” เหมือนกับทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงทำให้ทางบัญชีพิจารณาว่าสัญญาเช่าซื้อ ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของสัญญาเช่า







ปิดโหมดสีเทา

Send this to friend

.