สัญญาเช่า ความแตกต่างระหว่างมุมมองทางบัญชีและภาษี (3)

โพสต์เมื่อ: 23 ก.ค. 2010 - ป้ายกำกับ: , , , ,


2. สัญญาเช่าซื้อ

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 572 บัญญัติว่า “อันว่า เช่าซื้อ นั้น คือ สัญญา ซึ่ง เจ้าของ เอา ทรัพย์สิน ออกให้เช่า และ ให้คำมั่นว่า จะ ขาย ทรัพย์สิน หรือ จะให้ ทรัพย์สิน นั้น ตกเป็นสิทธิ แก่ ผู้เช่า โดยเงื่อนไข ที่ ผู้เช่า ได้ใช้เงิน เป็นจำนวน เท่านั้นเท่านี้คราว”

ทั้งนี้กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์เช่าซื้อยังคงอยู่กับผู้ให้เช่าซื้อ จนกว่าผู้เช่าซื้อได้ใช้เงินจนครบเงื่อนไขตามสัญญา กรรมสิทธิ์จึงโอนไปยังผู้เช่าซื้อ แต่เจตนารมณ์ของสัญญาเช่าซื้อ อาจวินิจฉัยได้ว่า เป็นการ “ขาย” เพียงแต่มีเงื่อนไขการชำระเงินที่ยาวนานกว่าปกติ

3. สัญญาขายผ่อนชำระ

เนื่องจากการขายผ่อนชำระไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยตรง แต่ให้ใช้บทบังคับตามสัญญาซื้อขายทั่วไป จึงอาจกล่าวได้ว่า การขายผ่อนชำระ คือ การที่ผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้ซื้อโดยยินยอมให้ผู้ซื้อจ่ายชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการบางส่วน ซึ่งเรียกว่า เงินวางเริ่มแรกหรือเงินดาวน์ ส่วนที่เหลือจ่ายชำระเป็นงวดๆ ภายในระยะเวลาที่กำหนด อาจจะมีการคิดดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระ หรือไม่คิดดอกเบี้ยก็ได้

ด้วยเหตุที่ การขายผ่อนชำระ ใช้บทบังคับตามสัญญาซื้อขายทั่วไป ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 453 บัญญัติว่า “อันว่า ซื้อขาย นั้น คือ สัญญา ซึ่ง บุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า ผู้ขาย โอน กรรมสิทธิ์ แห่งทรัพย์สิน ให้แก่ บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า ผู้ซื้อ และ ผู้ซื้อ ตกลงว่า จะใช้ราคา ทรัพย์สินนั้น ให้แก่ ผู้ขาย” ดังนั้นหลักการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจึงใช้เช่นเดียวกับการซื้อขายทั่วไป กล่าวคือ การขายผ่อนชำระ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะโอนไปให้ผู้ซื้อทันทีที่มีการตกลงซื้อขาย





ปิดโหมดสีเทา

Send this to friend

.