มากันอีกแล้วสิ!! ซื้อของ OTOP ได้สิทธิลดหย่อนภาษี 15,000 บาท

โพสต์เมื่อ: 25 ก.ค. 2016 - ป้ายกำกับ: ,


สวัสดีครับกลับมาพบกับผม TAXBugnoms คนเดิม เพิ่มเติมคือลืมอัพเดทบทความใหม่ หลังจากหายหน้าหายตา “บล็อกภาษีข้างถนน” มาครึ่งเดือนกว่าๆ แต่ครั้งนี้กลับมาประจำการอีกครั้ง กับเรื่องราวข่าวคราวการลดหย่อนภาษีล่าสุด นอกเหนือจาก LTF 7 ปีปฎิทินไปแล้ว ก็เห็นจะเป็นเรื่องนี้ล่ะครับ ทีตามกันมาไม่แพ้กันเลย ฮ่าๆๆ (ว่าแต่หัวเราะทำไม – -“)

เอาล่ะครับ อย่าเสียเวลากันเลยดีกว่า เรามาพูดคุยกันสั้นๆ ถึงการลดหย่อนภาษีตัวล่าสุดที่กำลังจะประกาศเป็นกฎหมาย (ย้ำอีกครั้งนะครับว่ายังไม่ประกาศเป็นกฎหมาย) ที่มีชือว่า การลดหย่อนสำหรับการใช้จ่ายภายใต้โครงการ “ช้อปช่วยชุมชน” ดังนี้ครับ

เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม 2559 ครม.มีมติอนุมัติโครงการช้อปช่วยชุมชน ให้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตลอดเดือนสิงหาคม โดยเงื่อนไขทั้ง 3 ข้อ คือ

1. เป็นการซื้อสินค้าโอทอป (OTOP) ที่ได้รับการรับรองจากส่วนราชการ และจดทะเบียนผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. จำนวนเงินลดหย่อนภาษีสูงสุดคือ 15,000 บาท และระยะเวลาการซื้อวันที่ตั้งแต่ 1-31 สิงหาคม 2559
3. เอกสารที่ใช้เป็นหลักฐาน คือ “ใบกำกับภาษี” แบบเต็มรูป

ดังนั้น ชุมชนที่จะร่วมโครงการนี้ มีหน้าที่ต้องไปจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อออกใบเสร็จ (ใบกำกับภาษี) ให้แก่ลูกค้าได้ เพราะไม่งั้นการซื้อที่เกิดขึ้นจะไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้นั่นเองครับ

จากข้อมูล (ตามลิงค์ข่าวด้านล่าง) พบว่าปัจจุบันสินค้าโอทอป (OTOP) มีจำนวน 40,699 ราย แบ่งเป็น สินค้าชุมชน 25,000 ราย บุคคลเจ้าของรายเดียว 14,800 ราย และเอสเอ็มอี หรือนิติบุคคล 614 ราย รวมสินค้าทั้งหมด 80,000 รายการ และคาดว่าจะมีเงินสะพัดจำนวน 10,000 ล้านบาท โดยมีผลกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐไม่มากนัก และยังส่งผลให้เกิดการผลิตสินค้า ส่งผลต่อเศรษฐกิจระดับชุมชนอีกด้วย

ที่มา : ได้เฮ! ชอปสินค้า OTOP ช่วยชาติ ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000 บ.

หากใครคุ้นกันดีกับเรื่องของการลดหย่อนภาษี “ช๊อปช่วยชาติ” ที่เคยออกมาเมื่อช่วงปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งผมเคยเขียนบทความไว้ใน Aommoney.com เกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็ยังขอยื่นยันหลักการเดิมครับว่า “การใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 15,000 บาท” ที่ว่านี้ ไม่ได้ลดภาษีทันที 15,000 บาท แต่มันลดได้สูงสุดจากอัตราภาษีที่เราต้องเสียต่างหากครับ



เช่น ถ้าหากเราเสียภาษีในอัตรา 10%  การใช้จ่าย 15,000 บาทของเรานั้น จะสามารถลดภาษีได้ 1,500 บาทเท่านั้น เรียกง่ายๆก็เหมือนการซื้อสินค้าหรือบริการแล้วได้สิทธิลด 10% ครับ ดังนั้นถามตัวเองก่อนครับว่า “คุ้มไหม” และอีกหนึ่งคำถามที่ต้องถามให้ชัดเจนกว่านั้นก็คือ “เรามีกระแสเงินสดในการใช้จ่ายตามปกติเพียงพอหรือยัง” เพราะถ้าตะบี้ตะบันจะลดภาษีแบบนั้นแล้วล่ะก็ ระวังมันจะกลายเป็นว่า เราอยากลดภาษีจนลืมนึกถึงรายจ่ายที่มีในกระเป๋าครับ

ซึ่งสำหรับการลดหย่อนภาษีกรณี OTOP นี้ก็คงเหมือนกันครับ สิ่งที่อยากจะเตือนไว้ ไม่ใช่เรื่องของลดหย่อนภาษีเป็นหลัก แต่ให้มองชัดเจนไปที่การใช้จ่ายของเราก่อนดีกว่าครับว่า รายจ่ายที่ว่านั้นมันเป็นรายจ่ายที่จำเป็นกับเรามากแค่ไหน เพราะชีวิตเรานั้นต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ใช่แค่ภาษีเพียงอย่างเดียว คิดง่ายๆ ก็เหมือนเราซื้อของที่มีของแถมน่ะครับ บางครั้งมันอาจจะทำให้เราจ่ายเงินไปมากกว่าเดิม โดยที่สิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมก็มีแต่ความสะใจเท่านั้น

สุดท้ายนี้ ขอบอกอีกทีนะครับว่า ให้รอกฎหมายที่กำลังจะออกมาก่อน หากกฎหมายออกมาเมื่อไร เดี๋ยวจะมา Update กันให้ฟังแบบชัดๆอีกทีครับผม และที่สำคัญก็อย่าลืมกดติดตามบทความใหม่ๆจากผมได้ที่เพจ TAXBugnoms นะคร้าบบบ





ปิดโหมดสีเทา

Send this to friend

.