ท่องเที่ยวไทย นำใบเสร็จมาลดภาษีได้

มีคนสอบถามกันมาเยอะเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวว่า พักโรงแรมไหน ถึงจะลดได้ หรือไปซื้อทัวร์มาลดได้หรือไม่ วันนี้ขออนุญาติสรุปรายละเอียดให้ฟังครับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ ๑๘๗)
เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ

ข้อ ๒ การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมสำหรับการ เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ที่ได้จ่ายไปในระหว่างวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้มีเงินได้ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่ไม่รวมถึงห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้ได้รับยกเว้นภาษีเงินไดตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท
(๒) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีมีคู่สมรส
(ก) กรณีสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียว ให้ยกเว้นภาษีให้แก่สามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ตามจำนวนที่ผู้มีเงิน ได้ได้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท
(ข) กรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ โดยความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี และภริยาจะใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ก็ตาม ให้สามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวน ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษี ให้สามีและภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวน ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท

ข้อ ๓ ผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้จ่ายค่าบริการตามข้อ ๒ เพื่อการเดินทางท่องเที่ยวของผู้มีเงินได้

ข้อ ๔ ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานการรับเงินจากผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวหรือผู้ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยระบุชื่อผู้มีเงินได้ จำนวนเงิน วัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน

ข้อ ๕ การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามประกาศนี้ ให้ผู้มีเงินได้มีสิทธินำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไปคำนวณหักจากเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา ๔๐ แห่งประมวลรัษฎากร หลังจากหักค่าใช้จ่ายตามมาตรา ๔๒ ทวิ ถึงมาตรา ๔๖ แห่งประมวลรัษฎากรแล้ว

สรุป:
1. ลดหย่อนได้เฉพาะบุคคลธรรมดา ไม่รวม ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือ คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล
2. ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 15,000 บาท หากมีคู่สมรส กรณีมีเงินได้ฝ่ายเดียว ได้ไม่เกิน 15,000 บาท กรณีต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้ได้ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
3. ต้องเป็นผู้จ่ายด้วยตัวเอง และมีการเก็บหลักฐานพร้อมทั้งรายละเอียดให้ชัดเจน

สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

http://www.rd.go.th/publish/44132.0.html

หรือ

Download รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมที่ผู้มีเงินได้มีสิทธิขอหักลดหย่อนค่าเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งหมด (ข้อมูลล่าสุด ธันวาคม 2553)

คำพิพากษาว่าด้วยรายได้ (3)

อีกกรณีหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ เงินปันผลที่ผู้ถือหุ้นไม่ติดต่อรับนั้น จะรับรู้เป็นรายได้เมื่อใด หรือไม่จำเป็นต้องรับรู้เป็นรายได้ของกิจการ ซึ่งข้อหารือภาษีอากร เลขที่ กค 0706/4961 ได้ให้แนววินิจฉัยไว้ดังนี้

กรณีบริษัท ฯ ประกาศจ่ายเงินปันผล แต่ผู้ถือหุ้นไม่ได้มารับเงินปันผลจากบริษัทฯ หากบริษัทฯ ยังคงมีเงินปันผลค้างจ่ายบันทึกในบัญชีหนี้สินของบริษัทฯ โดยไม่ได้มีการล้างบัญชีเงินปันผลค้างจ่ายหรือลดยอดบัญชีหนี้สิน บริษัทฯ ไม่ต้องนำเงินปันผลค้างจ่ายดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร เนื่องจากเงินปันผลดังกล่าวยังไม่ถือเป็นเงินได้ของบริษัทฯ แต่หากบริษัทฯ ได้มีการล้างบัญชีเงินปันผลค้างจ่ายหรือลดยอดบัญชีหนี้สินไปบันทึกบัญชีกำไรสะสมหรือบัญชีเงินสำรองหรือบัญชีอื่นใดก็ตาม หรือกรณีสิทธิเรียกร้องในเงินปันผลของผู้ถือหุ้นขาดอายุความบริษัทฯ ต้องนำเงินปันผลดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา65 แห่งประมวลรัษฎากร

ข้อสังเกต
รายการเงินปันผลค้างจ่าย จะรับรู้เป็นรายได้ตามประมวลรัษฎากรก็ต่อเมื่อ บริษัทฯได้มีการล้างบัญชีค้างจ่ายดังกล่าวไปรับรู้เป็นกำไร ซึ่งโดยปกติสิทธิในการเรียกร้องเงินปันผลจะอยู่ภายในอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ตามมาตรา 193/30 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์