ขอถามหน่อยเหอะพี่… วางแผนภาษีอย่างนี้ก็ได้หรอ?

โพสต์เมื่อ: 01 ธ.ค. 2016 - ป้ายกำกับ: ,


สวัสดีครับ… กลับมาพบกับผม TAXBugnoms อีกครั้ง ยังประจำการอยู่เช่นเคยที่ บล็อกภาษีข้างถนน แห่งนี้นะครับ เพียงแต่หายหน้าไปนานสักหน่อยเนื่องจากติดภารกิจหลายอย่างครับผม

สำหรับวันนี้เป็นบทความใหม่ที่ตั้งใจเขียนมากๆครับ เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคเล็กๆที่น่าสนใจ ซึ่งผมเพิ่งค้นพบมาเมื่อเร็วๆนี้ เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามันเป็นเรื่องอะไรกัน ถึงกับต้องตั้งหัวข้อว่า “ถามหน่อยเหอะพี่… วางแผนภาษีอย่างนี้ก็ได้หรอ?”

ขอเกริ่นก่อนครับว่า เมื่อพูดถึงเรื่อง “ประหยัดภาษี” ใครหลายคนมักจะคิดถึง 3 ตัวนี้ นั่นคือ ประกันชีวิต, LTF และ RMF รวมๆกันแล้วถือว่าเป็นเทคนิคไม้ตายสำหรับคนที่ต้องการลดหย่อนภาษี ด้วยวิธีการตะบี้ตะบันซื้อมันเข้าไปตามฐานภาษีที่เราต้องเสียนี่แหละครับ #ยิ่งซื้อยิ่งประหยัด #ฮูเร่

cap

โดยส่วนตัวแล้ว ผมมักจะพูดย้ำเสมอครับว่า อย่ามองแต่สิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ให้มองถึงความต้องการในการวางแผนการเงินประกอบกันด้วย เช่น เราซื้อ LTF เพื่อต้องการลงทุนระยะยาว ซื้อ RMF เพื่อการวางแผนเกษียณ ส่วนประกันซื้อเพราะต้องการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งตรงนี้ผมเชื่อว่าหลายคนคงได้ฟังจนเอียนแล้วใช่ไหมคร้าบบบ #ขอโทษที่พูดบ่อยแต่หวังดีจริงๆนะ

แต่เนื่องจากช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา มาจนถึงต้นเดือนนี้ ผมได้มีโอกาสทำรายการ Live สดกับทาง Aommoney ที่มีชื่อว่า กองทุนไหนดี ร่วมกับเพื่อนรักอย่างหมอนัท คลินิกกองทุน ซึ่งหน้าที่ของผมคือการรวบรวมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยทางภาษีที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้คนที่รับฟังรับชมได้ดูกัน มันเลยทำให้ผมต้องพยายามทำการบ้านหาข้อมูลต่างๆ เพื่อที่จะนำเรื่องราวดีๆ นำเสนอให้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนครับ (แหม่… เว่อร์ไปหรือเปล่า)

 

เท่านั้นยังไม่พอครับ อาจารย์มิกกี้ ดร.ยุทธนาคนดีคนเดิมจากทาง ITAX Thailand คู่หูพิธีกรรายการ ภาษีสายแข็ง ก็ได้ชักชวนให้ผมเขียน “คำแนะนำเกี่ยวกับวางแผนภาษี” เพื่อที่จะได้ไปปรากฏอยู่บนสูจิบัตรในงาน ITAX Market Place #วันลดหย่อนภาษีแห่งชาติ ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 23-25 ธันวาคมนี้ที่ชั้น 8 GMM Live House Central World เลยทำให้ผมต้องคิดหนักว่า มีเรื่องการวางแผนภาษีอะไรที่อยากแนะนำบ้าง



15283955_1524737444209150_5197046906643834893_n

เมื่อนั่งคิดไปคิดมาอยู่สักพัก ผมเลยได้ 3 ข้อคิดแหวกแนวชีวิตกับการวางแผนภาษี มาแนะนำกันครับ ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นการคิดนอกกรอบนอกเหนือจากการวางแผนลดหย่อนภาษี แต่เอามันมาเชื่อมโยงเกี่ยวกับการเงินในชีวิตของเราด้วยครับ เอาล่ะ…เกริ่นมาตั้งนาน เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่ามันมีอะไรบ้าง

1. ใช้ LTF ในการวางแผนเกษียณ เดี๋ยวนะ!! อะไรกัน นายกำลังพูดอะไรอยู่หรือพี่หนอม LTF มันคือการลงทุนระยะยาวไม่ใช่เหรอ แล้วนายจะให้เรามาวางแผนเกษียณได้ยังไง!!

ขอบอกว่ามีข้อเท็จจริงอีกหนึ่งเรื่องที่คุณควรรู้ครับ นั่นคือ LTF นั้นไม่จำเป็นต้องรีบขายเมื่อครบกำหนดตามเงื่อนไข 5 ปีปฏิทิน (และเปลี่ยนเป็น 7 ปีปฏิทินตั้งแต่ 1 มกราคม 2559) แต่เราสามารถถือยาวไปจนวันเกษียณก็ได้

บางคนอาจจะเลือกจัดพอร์ทลงทุน LTF ร่วมกับ RMF โดยใช้หุ้นจาก LTF และตราสารหนี้จาก RMF ผสมผสานกันในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อที่จะได้ลงทุนระยะยาวเพื่อการเกษียณได้อย่างสบายใจ แบบนี้ก็ได้เหมือนกันครับผม

2. ใช้ RMF ช่วยวางแผนการเงินให้กับลูกน้อย สิ่งหนึ่งที่คนเป็นพ่อแม่ควรทำตั้งแต่ลูกยังเด็กๆ นั่นคือการวางแผนการเงินให้กับลูกไปพร้อมๆกัน เพื่อที่จะได้ใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้น และอานุภาพของผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว ให้ช่วยเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนของเรา

เฮ้ย!! แต่กองทุน RMF มันคือกองทุนสำหรับการวางแผนเกษียณใช่ไหมไอ้พรี่หนอม!! ใช่ครับ มันเป็นกองทุนวางแผนเกษียณนี่แหละ แต่ว่าลองมาคิดดีๆ คนในยุคนี้เริ่มมีลูกในวัยประมาณ 30+ กันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งถ้านับให้ดีและสอดคล้องกัน จะเห็นว่า เมื่อเราอายุครบ 55 ปีที่สามารถขาย RMF ได้พอดี ลูกของเราก็จะอยู่ในวัย 20-25 ปีซึ่งเป็นวัยที่กำลังเริ่มต้นชีวิต และเงินก้อนนี้ก็จะกลายเป็นทุนต่อยอดชีวิตให้กับเขาได้เช่นกัน โดยที่ระหว่างนั้นเราเองก็ได้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเป็นผลตอบแทนในช่วงเวลาการทำงานด้วย เรียกว่าได้ประโยชน์ครบทั้งครอบครัวกันเลยทีเดียวครับ

3. ใช้ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นอีกทางเลือกในกระจายเงิน คนส่วนใหญ่มักจะเลือกใช้ประกันแบบออมทรัพย์ในการลดหย่อนภาษี เพราะคิดว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะได้คืน แต่มักจะหลงลืมประกันแบบบำนาญไปครับ



ข้อแนะนำนี้เหมือนจะดูธรรมดาไปเสียหน่อยใช่ไหมครับ แต่ผมอยากบอกว่าการเลือกซื้อประกันแบบบำนาญที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มเติมและป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ RMF หรือเงินเกษียณจากช่องทางอื่นๆ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข.) ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

ผมอยากบอกว่า ประกันแบบบำนาญนี่ถือว่าเป็นอีกตัวหนึ่งที่ช่วยให้เราอุ่นใจยามเกษียณได้เหมือนกัน ยิ่งผู้ที่มีเงินได้ต่อปีเกินกว่า 1.33 ล้านบาท สามารถเลือกซื้อประกันแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 200,000 + 100,000 = 300,000 บาท (สามารถใช้สิทธิของประกันทั่วไปได้ด้วย ในกรณีที่ไม่ได้ซื้อประกันแบบทั่วไป) เพื่อใช้ในการวางแผนเกษียณให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้นครับ

นี่แหละครับ คือ หลักการทั้งหมดของการวางแผนภาษีแบบนี้ก็ได้เหรอ บางทีเรามองเพียงแค่การลดหย่อนภาษี กับวัตถุประสงค์ของการลงทุนเป็นหลัก จนลืมไปว่าเราเองก็สามารถสลับใช้เครื่องมือต่างๆเหล่านี้เพื่อช่วยในการวางแผนทางการเงินของเรา และได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมๆกัน อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสบายเงินในกระเป๋าไปพร้อมๆกันครับ

หวังว่าเคล็ดลับที่ผมแนะนำนี้จะมีประโยชน์สำหรับใครหลายคนในช่วงปลายปีนี้นะครับ หรือบางทีนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการวางแผนภาษีแนวทางใหม่ที่ใครหลายคนเลือกใช้กันนะครับ





Send this to friend

.