จากพร้อมเพย์ สู่ QR Code หรือว่าจริงๆแล้วเราไม่รู้ “ประโยชน์” ของมัน?

โพสต์เมื่อ: 09 ก.ย. 2017 - ป้ายกำกับ: , , ,


จริงๆ พรี่หนอมตั้งใจเขียนเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก หลังจากที่เขียนบทความ ยินดีต้อนรับสู่สังคมไร้เงินสด ที่คนหมดโอกาสหนีภาษี? จบลง แต่พอเอาเข้าจริงๆ เวลาที่มีกับงานที่เข้ามาเลยทำให้มันล่าช้ามาถึงวันนี้ครับ ฮ่าๆ (หัวเราะทำไม?)  

เล่าให้ฟังแบบนี้ก่อนครับว่า จริงๆแล้ว ระบบพร้อมเพย์กับผมนั้น มันมีความสัมพันธ์กันอย่างประหลาด เพราะตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคม 2560 ผมก็เจอคำถามเกี่ยวกับการคืนภาษีผ่านพร้อมเพย์เข้ามารัวๆเป็นระยะ จนรวบรวมออกมาเป็นบทความ สรุปครบทุกประเด็น พร้อมเพย์กับการคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆแฟนเพจ TAXBugnoms ได้อ่านกัน

แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้นครับ หลังจากนั้นพอเริ่มมีการเปิดใช้จริงจัง พรี่หนอมเองก็ได้ทดสอบการใช้งานหลายต่อหลายครั้ง ทั้งการโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ของตัวเองและบัญชีอื่นๆ ก็ไม่พบว่ามีปัญหาอะไรนะครับ สามารถใช้งานได้ตามปกติครับ

โดยผลของการใช้บริการที่ผ่านมา ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ ทุกอย่างสามารถใช้การได้ดีครับ ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันมีประโยชน์แน่ๆตรงเรื่องของการประหยัดค่าธรรมเนียมและสะดวก รวมถึงบางทีมันก็มีเคล็ดลับแปลกๆให้เราใช้งานกัน โดยเฉพาะที่เวลาเงินในบัญชีเหลือไม่ถึง 100 บาท แบบนี้ครับ

 

 

ที่พรี่หนอมเขียนมาทั้งหมดนั้น ไม่ได้สนับสนุนหรือบอกว่าระบบพร้อมเพย์ดีหรือไม่ดีอย่างไรนะครับ เพราะบทความนี้ไม่ใช่บทความ Advertorial ขายของ (ฮ่าๆ) แต่เป็นการให้ข้อมูลเชิงประสบการณ์ใช้งานจริงที่ผ่านมา ซึ่งสิ่งที่คนกังวลกันนั้นก็จะมีอยู่ 2 ประเด็นตามมา นั่นคือ ความปลอดภัยของข้อมูล และ เรื่องของการเสียภาษี

ไม่ไว้ใจพร้อมเพย์ หรือไม่เข้าใจพร้อมเพย์



สำหรับความปลอดภัยของข้อมูลนั้น ต้องบอกว่างานนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นคนจัดทำและดูแล ถ้าหากธนาคารแห่งชาติของเราเชื่อถือไม่ได้ ผมว่าก็ไม่น่าจะมีใครเชื่อถือได้แล้วมั้งครับ (หรือคิดว่ายังไงครับผม?)

หรือว่าความรู้สึกด้านความปลอดภัยแนวๆ ใครจะให้เลขบัตรประชาชนคนอื่น หรือ บอกเบอร์โทรศัพท์ให้คนอื่นรู้ ก็บอกตรงนี้เลยครับว่า เวลาเค้าขอสำเนาบัตรประชาชนก็อย่าไปให้เขานะครับ เดี๋ยวเค้าจะรู้เลขบัตรประชาชนเรา (อ้าว… แล้วจะรับเงินยังไง?) หรือคนจะที่โอนเงินให้เราผ่านเบอร์โทรศัพท์ เราก็น่าจะรู้จักเค้าหรือไว้ใจได้ในระดับหนึ่งหรือเปล่า แล้วเค้าจะเอาเบอร์โทรศัพท์เราไปทำอะไรได้ต่อ (อันนี้เป็นอีกคำถามหน่ึ่งที่ผมตอบไม่ได้เหมือนกันครับ)

ประเด็นที่ผมตั้งคำถาม คือ เราเข้าใจไหมว่าจริงๆแล้วระบบพร้อมเพย์นั้น มันถูกสร้างขึ้นมาไว้สำหรับรับเงิน ไม่ใช่ไว้สำหรับให้คนรู้ข้อมูลส่วนตัวของเรา (หลายคนมักจะพูดว่า ควรจะตั้งชื่อเป็น “ระบบพร้อมรับ” มากกว่า ซึ่งตรงนี้พรี่หนอมก็เห็นด้วยครับ)

ส่วนประเด็นเรื่องภาษี กับคำว่า ไม่อยากใช้หรอก เดี๋ยว “มัน” รู้  ถ้ามันรู้ข้อมูลเรา เดี๋ยวต้องเสียภาษีเยอะ (เอิ่ม… คำว่ามันในที่นี่ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจละกันนะครับ) แต่ผมว่าสิ่งที่ทางผู้ที่เกียวข้องกับเรื่องนี้ควรจะบอกให้ทราบคือ ถ้าอยากรู้จริงๆ เราตามไปตรวจได้ทั้งหมดถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั่นแหละ ไม่ต้องรอเรื่องข้อมูลหรอก เพราะอำนาจทางกฎหมายมันมีไว้อยู่แล้วเฟร้ยยยย

จำนวนคนที่ใช้งานน้อย? จริงหรือเปล่า

โอเคทีนี้มาลองดูกันต่อครับ หลังจากที่บ่นย้อนพร่ำเพร้อไปถึงอดีตที่ผ่านมา ตอนนี้เรามาดูกันต่อว่าวันนี้ควรจะเป็นแบบไหนยังไงกันดี จากสถานการณ์ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ทำตัวเลขออกมาว่า มีการใช้บริการพร้อมเพย์กว่า 33 ล้านเลขหมาย และมีมูลค่าการโอนเงินผ่านพร้อมเพย์กว่า 122,674 ล้านบาท

 

 



ไม่รู้ว่าตัวเลขแบบนี้จะเรียกได้ว่าน้อยหรือเปล่า แต่จากการเริ่มต้นที่ผ่านมา มันเห็นถึงการเติบโตบางอย่างในเชิงโครงสร้างว่ามันมีการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนล่ะครับว่า การเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้นมันคือการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไปในเรื่องของพร้อมเพย์ที่เราคงต้องติดตามกันต่อไป 

หรือว่า QR Code จะเป็นพระเอกขี่ม้าขาว?

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ มีข่าวพูดถึงเรื่องการเปิดใช้บริการ QR Code จากธนาคารแห่งประเทศไทยมาอีกระลอกหนึ่ง ที่เรียกว่า Standard QR Code ที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคและร้านค้าสามารถรับ-จ่ายเงินในรูปแบบ QR Payment เข้าบัญชีพร้อมเพย์ได้อย่างทันใจ ไม่ต้องรอกรอกรหัสให้เลขอะไรต่อไป เพียงแค่ใช้ app ของ Mobile Banking scan แล้วจ่าย เพียงเท่านี้ก็จบแล้วครับผม (อ้างอิงรูปประกอบจากบทความ : แบงก์ชาติเปิดตัว ‘QR Code มาตรฐาน’ จุดเปลี่ยนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด?)

QRPayment_4-2 QRPayment_6-1

ซึ่งตอนนี้เห็นว่า หลายๆ ธนาคาร มีการทยอยเปิดให้ใช้งานเป็นระยะๆ ตามสื่อมากมายครับ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้เต็มรูปแบบภายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2560  หรือเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อันนี้ก็ต้องเตรียมรับมืออีกต่อหนึ่งครับ

มาถึงตรงนี้ แน่นอนว่าต้องมีคำถามตามมาว่า แล้วจะเชื่อได้เหรอ ถ้าหากโดนเอาไปแปะ QR Code ที่หน้าร้าน หรือว่าโดนกลั่นแกล้งต่างๆนานา จากการใช้งาน QR Code ก็ต้องมีปัญหาแน่ๆเลย เหมือนกับฉายหนังซ้ำตอนพร้อมเพย์ไม่มีผิด

ตกลงเราอยากจะสะดวกสบาย หรือว่าเราแค่กลัวลำบาก?

ความคิดเห็นส่วนตั๊วส่วนตัวของพรี่หนอมที่มีต่อเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นพร้อมเพย์ หรือ QR Code นั่นคือ เราควรถามตัวเองก่อนครับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมามันเป็นประโยชน์กับเราไหม ถ้าใช้ได้ชีวิตเราจะสะดวกขึ้นจริงหรือเปล่า เช่น สบายขึ้น ประหยัดขึ้น ฯลฯ ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เราหาทางป้องกันได้ไหม และป้องกันได้ง่ายขึ้นหรือเปล่า เพราะอะไรใหม่ๆที่มาแทนก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดีกว่าในทุกด้าน และอะไรเก่าๆที่เราใช้มาก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีข้อเสีย แต่มันเป็นเพียงแค่เราชินกับมันเท่านั้นเองครับ

พรี่หนอมยกตัวอย่างแบบนี้ก็ได้ครับ ระหว่างการป้องกันไม่ให้คนมาแปะ QR Code ที่หน้าร้านของเรา กับ การป้องกันไม่ให้พนักงานที่รับเงินสดทุจริต แบบไหนยากกว่ากัน หรือต้องถามแรงกว่านั้นว่า ถ้าหากตัวเราที่เป็นเจ้าของธุรกิจยอมให้คนมาแอบแปะ QR Code ที่หน้าร้าน และไม่มีการตรวจสอบเช็คเวลาเงินเข้า เรายังเหมาะกับการทำธุรกิจอยู่ไหม?

QRPayment_3

ยังไม่จบเพียงเท่านั้นครับ เพราะจริงๆแล้วจากข้อมูลที่พรี่หนอมได้อ่านมาจากบทความต้นทาง จะเห็นว่ารูปประกอบนั้นไม่ได้จะเชื่อมโยง QR Code กับระบบพร้อมเพย์เพียงอย่างเดียว แต่ในอนาคตจะมีการเชื่อมโยงกับทุกระบบที่เกิดขึ้น ตามรูปด้านบนครับ ทุกสัญลักษณ์จะสามารถใช้การได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเหมือนกันหมดครับผม

ภาษี การคอรัปชั่น และสิ่งที่ยังไม่มีคำตอบ

แน่นอนว่าในเรื่องของภาษี สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ คือ รายได้ทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบ และทำให้ทุกคนต้องเสียภาษีกันอย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งพรี่หนอมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ข้อดี หรือ ข้อเสีย แต่มันเป็นหน้าที่ทีต้องทำของคนไทยหรือเปล่าครับ เพราะเราต้องปฎิบัติตามกฎหมายไม่ใช่เหรอ และการปฎิบัติตามกฎหมายก็ไม่ใช่แปลว่าเราจะเป็นคนดีสักหน่อย เพราะมันเป็นแค่หน้าที่อย่างที่บอกไปครับผม

ส่วนเรื่องของการคอรัปชั่นที่ได้ยินมาอย่างเช่น “ไม่อยากเสียภาษี เพราะว่ายังมีการโกงกิน” พรี่หนอมคิดว่าสังคมไร้เงินสดนี่แหละครับ ต่อต้านการโกงกินได้ดีทีเดียวเลยล่ะ เพราะทุกอย่างนั้นอยู่ในระบบทั้งหมดและสามารถตรวจสอบได้ มันยิ่งทำให้โอกาสที่เงินสดจะถูกผ่องถ่าย ยักย้ายถ่ายเทไปน้อยลงเรื่อยๆไม่ใช่เหรอครับ

ก่อนที่จะดราม่าไปกว่านี้ กลับมาที่เนื้อหากันต่อครับ ฮ่าๆ ถ้าหากตัดเรื่องของการกลัวที่จะถูกตรวจสอบ แยกออกจากเรื่องของการใช้งานที่ไม่ปลอดภัยแล้ว การเข้ามาของพร้อมเพย์ที่เปลี่ยนสภาพมารุกที่ QR Code มันแสดงให้เห็นว่า นโยบาย National E-Payment มีความก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆครับ

สรุปความคิดเห็นของพรี่หนอมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อีกที คือ ควรเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และถ้าเป็นไปได้ อยากให้ทดลองการใช้งานก่อน แล้วดูว่ามันมีประโยชน์ด้านไหน ซึ่งประโยชน์ด้านที่พรี่หนอมเห็นว่ามันดีต่อใจแน่ๆ คือ การที่เราจะรู้ว่ารายได้เข้าบัญชีครบถ้วนและตรวจสอบได้ ซึ่งหากเราตั้งใจจะยื่นภาษีอย่างถูกต้อง ระบบนี้คือตัวช่วยที่ดีและง่ายที่สุดครับ

สุดท้ายแล้ว ทุกคนจะมองอย่างไรกับเรื่องนี้ ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละคนครับ แต่อย่างน้อยสิ่งที่ควรมองทุกครั้งนั่นคือ เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้มากระทบกับชีวิตให้เราต้องเปลี่ยนแปลงไป เราจะได้ประโยชน์หรือเสียอะไรจากเรื่องนี้ ถ้าหากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีประโยชน์มากกว่า พรี่หนอมว่ามันก็สมควรที่เราควรจะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงมันครับ

….ไม่แน่ใจว่าคิดเหมือนกันหรือเปล่านะครับ 





ปิดโหมดสีเทา

Send this to friend

.