ภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีเลิกประกอบกิจการ
เนื่องจากมีคนสอบถามเกี่ยวกับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านทาง Facebook มา กรณีจดทะเบียนเลิกบริษัทฯ และห้างหุ้นส่วนมาครับ เลยขออธิบายตามประมวลรัษฎากรดังนี้
1. ข้อกฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ
มาตรา 85/15 ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดเลิกประกอบกิจการ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นแจ้งการเลิกกิจการตามแบบที่อธิบดีกำหนด ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ภายในสิบห้าวันนับจากวันเลิกประกอบกิจการ
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เลิกกิจการคืนใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้พร้อมกับการแจ้งเลิกประกอบกิจการ
รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 65))
http://www.rd.go.th/publish/3391.0.html
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 131))
http://www.rd.go.th/publish/7070.0.html
(ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.66/2539)
http://www.rd.go.th/publish/3584.0.html
2. เอกสารที่จะต้องใช้ในการแจ้งเลิกประกอบกิจการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่นิติบุคคลจดทะเบียน
1. ภพ.09 จำนวน 3 ฉบับ (ยื่นแบบภายใน 15 วัน นับจากวันเลิกประกอบกิจการ)
ดาวน์โหลดแบบ ภ.พ. 09 ได้ที่ http://download.rd.go.th/fileadmin/tax_pdf/request/PP09_190954.pdf
2. ภพ.20 และ ภพ.01 ฉบับจริง (ในกรณีที่หายให้แจ้งความและนำหลักฐานการแจ้งความมาใช้แทน)
3. หนังสือมอบอำนาจ (สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ พร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ)
4. สำเนาหนังสือรับรองกระทรวงพาณิชย์ฉบับที่แจ้งเลิกประกอบกิจการ
5. สำเนาแบบ ภ.พ. 30 พร้อมใบเสร็จรับเงินฉบับที่ขายทรัพย์สินหรือขายสินค้าคงเหลือ
6. สำเนาแบบ ภ.ง.ด. 50 พร้อมใบเสร็จรับเงินปีล่าสุด
7. งบการเงิน รายละเอียดประกอบงบการเงิน และงบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ
8. สำเนา ภ.ง.ด. 3 ภ.ง.ด. 53 พร้อมใบเสร็จรับเงิน ที่มีรายการค้างในงบปัจจุบัน
เพิ่มเติม
- กรณีที่มีสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการจะต้องยื่นแบบ ภ.พ. 30 ขายสินค้าคงเหลือและทรัพย์สินคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบกิจการเสียก่อนยื่นเรื่องเลิกประกอบกิจการต่อสรรพากร
- กิจการต้องคืนบัตรประจำตัวผู้เสียภาษี ในนามนิติบุคคลที่เลิกประกอบกิจการภายใน 60 วัน ตามแบบ ลป.10.3 ซึ่งสามารถยื่นพร้อมกันกับการไปแจ้งเลิกภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทันที
3. บทกำหนดโทษ
มาตรา 90/1 บุคคลดังต่อไปนี้ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่ระบุไว้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท
(1) ตัวแทนละเลยไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรตามมาตรา 85/2
(2) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 85/4
(3) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการเปิดสถานประกอบการเพิ่มเติม หรือปิดสถานประกอบการตามมาตรา 85/7 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง
(4) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการโอนกิจการบางส่วนหรือการรับโอนกิจการตามมาตรา 85/13
(5) ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่แจ้งการเลิกหรือการโอนกิจการทั้งหมดตามมาตรา 85/13 หรือ มาตรา 85/15 วรรคหนึ่ง
(6) ตัวแทนผู้ประกอบการจดทะเบียนที่อยู่นอกราชอาณาจักร จัดทำรายงานโดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา 87/2
สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบการต้องแจ้งเลิกประกอบกิจการภายใน 15 วัน นับจากวันที่เลิกประกอบกิจการตามมาตรา 85/15 และหากไม่ปฏิบัติตามมาตรา 85/15 จะถือว่ามีความผิดตามมาตรา 90/1 (5) ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
กรณีศึกษาและตัวอย่างของกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
กิจการดังต่อไปนี้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่?
1. ประกอบกิจการขายวัสดุก่อสร้าง การขายปูนซีเมนต์ ถือว่าเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. เมื่อนำปูนที่ขาย ไปให้ลูกชายใช้ฟรี ถือว่าเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
3. การนำปูนซีเมนต์ไปทำท่อปูนซีเมนต์ขายต่อ ไม่ถือว่าเป็นการขาย จะถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) เมื่อกิจการนำท่อปูนซีเมนต์ไปขายต่อ
4. การนำปูนซีเมนต์ไปซ่อมรั้วของบริษัท ไม่ถือว่าเป็นการขายเพราะเป็นการนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตัวเองโดยตรง
5. การนำปูนซีเมนต์ไปสร้างบ้านจัดสรร ซึ่งเป็นอีกกิจการหนึ่งของบริษัทถือว่าขายปูน ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะการทำบ้านจัดสรรนั้น เป็นกิจการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ซึ่งแสดงว่านำไปใช้ในกิจการที่ไม่ได้อยู่ในบังคับที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
6. ขายปูนซีเมนต์ 10 ถุงแถม 1 ถุง ปูนที่แถม ถือว่าเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) แต่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามประกาศภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) เรื่องของการส่งเสริมการขาย
กรณีต่อไปนี้ ไม่ถือว่าขายและไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
1. ดอกเบี้ย กรณีคิดจากสัญญาเช่าซื้อ ไม่อยู่ในขอบข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
2. โอนสินค้าระหว่างสาขา ไม่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากเป็นนิติบุคคลเดียวกัน
3. ส่วนลดรางวัลขายตามเป้า กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ไม่อยู่ในขอบข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
4. เงินประกันภาชนะบรรจุสินค้า เงินประกันผลงาน Retention ไม่ถือว่าเป็นการขายมาตรา 77/1 (8)
5. เงินชดเชยค่าเสียหายจาการประกันภัย สินไหม ไม่อยู่ในขอบข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม