การปฏิบัติทางภาษีสำหรับสำหรับสัญญาเช่านั้น ต้องพิจารณาก่อนว่า สัญญาเหล่านั้น อยู่ภายใต้บทบังคับของกฎหมายในเรื่องใดเสียก่อน ดังนี้

กลุ่มแรก บทบัญญัติ สัญญาซื้อขายทั่วไป ตาม ปพพ. มาตรา 453 หรือ สัญญาเช่าซื้อตาม ปพพ. มาตรา 572

กลุ่มสอง บทบัญญัติ สัญญาเช่าทรัพย์สินทั่วไป ตาม ปพพ. มาตรา 537

สัญญาเช่าที่อยู่ในกลุ่มแรก

หากสัญญาเช่าใด ที่เข้าอยู่ในบทบังคับกลุ่มแรก ตามหลักภาษีแล้ว มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังนี้

1. พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยหักค่าสึกหรอ และค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 มาตรา 7 ระบุว่า

“ทรัพย์สินที่ได้มาโดยการเช่าซื้อ หรือโดยการซื้อขายเงินผ่อนมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น”

ไม่ได้

2. คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 3/2527 เรื่อง  การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน ข้อ 7 ระบุว่า

“การหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินที่ได้มา โดยการเช่าซื้อหรือซื้อขายเงินผ่อนให้ถือมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินนั้นตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมดตามสัญญาเช่าซื้อ หรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน และให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามมูลค่าต้นทุนดังกล่าว แต่ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีเมื่อรวมกับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่หักไปในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ (ถ้ามี) แล้วจะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อ หรือราคาที่ต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ๆ จนถึงรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

ในกรณีที่ได้ชำระเงินค่าเช่าซื้อหรือราคาตามสัญญาครบถ้วนแล้ว โดยทรัพย์สินดังกล่าวยังคงมีมูลค่าต้นทุนหลังจากหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามวิธีการดังกล่าวข้างต้นเหลืออยู่ก็ให้หักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่นั้นได้ต่อไป”

จากข้อกำหนดในหลักภาษี มีข้อสังเกตดังนี้

  1. ตามหลักภาษีแล้ว แม้การเช่าซื้อ กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่เช่าซื้อ ยังไม่ได้โอนมาทันที แต่ก็ยินยอมให้ผู้เช่าซื้อ สามารถคิดค่าเสื่อมราคาได้ เนื่องจากหลักภาษี ได้อาศัยข้อบังคับทางกฎหมาย ตาม ปพพ. 572 ซึ่งยอมรับว่า การเช่าซื้อ ถือเป็นรูปแบบการขายชนิดหนึ่ง  สำหรับสัญญาขายผ่อนชำระ นั้นเนื่องอยู่ในบทบังคับกฎหมายซื้อขายทั่วไป กรรมสิทธิ์จึงโอนไปยังผู้ทำสัญญาขายผ่อนชำระทันที ย่อมคิดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์นั้นได้ตามปกติ
  2. ต้นทุนของทรัพย์สิน (สินทรัพย์) ที่นำมาคิดค่าเสื่อมราคา ให้ถือตามราคาที่พึงต้องชำระทั้งหมด นั้นคือสามารถรวมดอกเบี้ยจ่ายได้ด้วย

หากยึดหลักเฉพาะพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 147 อย่างเดียว ที่ระบุว่า “ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาที่จะนำมาหักในรอบระยะเวลาบัญชี จะต้องไม่เกินค่าเช่าซื้อหรือราคาที่จะต้องผ่อนชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น” อาจจะทำให้เสียสิทธิทางภาษีไป เช่น ในรอบบัญชีที่สัญญาเช่าซื้อสิ้นสุดลง ในเดือนแรก ๆ ของปี เช่น ครบกำหนดในเดือน มกราคม เงินงวดที่ชำระคืองวดเดียว เมื่อเทียบกับค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่เช่าซื้อจะคิดเต็มปี ทำให้ค่าเสื่อมราคาจะเกินเงินงวดมาก และเสียสิทธิทางภาษีไป

About TaxBugnoms

“TaxBugnoms” เป็นนามปากกาของนักเขียนที่มีชื่อประหลาดๆ ว่า “บักหนอม” (Bugnoms) ผู้เป็นเจ้าของบล็อกภาษีข้างถนน เนื่องจากนายบักหนอมจบการศึกษาทางด้านบัญชี ทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท รวมถึงมีประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานในแวดวงภาษี บัญชีการเงิน การลงทุน มามากกว่า 10 ปี เลยตัดสินใจนำประสบการณ์ของตัวเองเขียนออกมาเป็นบล็อก เพื่อแบ่งปันความรู้แก่ผู้อื่นในโลกอินเทอร์เน็ต บวกกับความต้องการที่จะทำตามความฝันในวัยเด็ก คือ การเป็นนักเขียน แต่ไม่มีใครจ้างซักที เลยต้องทำบล็อกเอง เขียนเอง และโปรโมทเอง แบบนี้แหละฮ้าฟฟฟ :D

Loading Facebook Comments ...
Loading Disqus Comments ...