fbpx

มาทำบัญชีธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์ ตอนที่ 4 : บัญชี VS ภาษี


ผ่านมาแล้ว 3 ตอนกับบทความชุด “มาทำบัญชีธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์”  ผมหวังว่าเพื่อนๆคงจะได้ประโยชน์จากบทความชุดนี้กันบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ยิ่งสำหรับคนที่ไม่เคยเรียนบัญชี อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนและยากในการที่จะทำความเข้าใจ แต่ผมก็ยัง (แอบ) หวังว่าบทความชุดนี้ จะช่วยอธิบายให้เพื่อนๆสามารถเข้าใจได้ไม่มากก็น้อยนะครับ

แต่ถ้าใครมีปัญหาแล้วล่ะก็…
อย่าลืมแวะเข้ามาพูดคุยกันได้ที่หน้าเพจ “บล็อกภาษีข้างถนน” ได้นะครับ (ไม่ต้องเกรงใจ ^^)

เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเข้าสู่เนื้อหากันต่อเลยดีกว่า…
สำหรับบทความตอนที่ 4 นี้ ผมจะย้อนกลับไปพูดคุยถึง “งบกำไรขาดทุน” ซึ่งเป็นรายงานทางการเงินที่แสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ว่าธุรกิจของเรานั้นมี รายได้ ค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร และที่สำคัญก็คือ สุดท้ายแล้วธุรกิจของเรานั้นมีผล “กำไร” หรือ “ขาดทุน” มากน้อยแค่ไหน

เอ้า!! เราลองมาเตือนความจำกันอีกทีนะคร้าบบบ…

กำไร หมายถึง รายได้ > รายจ่าย (รายได้ “มากกว่า” รายจ่าย)
ขาดทุน หมายถึง รายจ่าย > รายได้ (รายจ่าย “มากกว่า” รายได้)

ซึ่งในความเป็นจริง เจ้าของธุรกิจทุกคน ย่อมต้องหวังที่อยากจะให้ธุรกิจของตัวเองมี “รายได้” มากกว่า “รายจ่าย”  ใช่ไหมครับ (คงไม่มีใครอยากให้ธุรกิจตัวเองขาดทุนหรอก แหะๆๆ)  เพราะว่าจุดมุ่งหมายของธุรกิจทุกๆธุรกิจ ก็คือ “ผลกำไร” และก็คงไม่มีใครที่อยากจะให้ธุรกิจขาดทุนหรอก ใช่ไหมครับ (ถ้าใครลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ผมขอแนะนำให้ลองย้อนกลับไปอ่าน ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ของบทความชุด “มาวางแผนธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์” อีกทีละกันครับ)

– ธุรกิจมีกำไร “ต้อง” เสียภาษี –

ทีนี้เมื่อธุรกิจของเรามีกำไร  สิ่งที่จะตามมา (หลอกหลอน) ก็คือ “ภาษี” นั่นเอง เพราะธุรกิจส่วนตัวที่อยู่ในรูปแบบ “นิติบุคคล” ส่วนใหญ่นั้นจะต้องเสียภาษีจาก “กำไรสุทธิ” ที่สามารถหามาได้…

(วิธีการคำนวณภาษีจาก “กำไรสุทธิ”)

โดยปกติแล้วอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะอยู่ที่ ร้อยละ 30 (อัตราคงที่) แต่ในปัจจุบันนี้ทางรัฐบาลได้มีนโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป เป็นเวลา 3 รอบบัญชี โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ครับ

กรณีแรก คือ ทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาท และ รายได้จากการขายไม่เกิน 30 ล้านบาทนั้น

กำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี
กำไรสุทธิ 150,000-1,000,000 เสีย 15%
มากกว่า 1,000,000 เสีย 23% (แต่ในปี 2556,2557 จะปรับลดลงเหลือ 20%)

กรณีที่สอง คือ ทุนจดทะเบียนเกิน 5 ล้านบาท หรือ รายได้เกินกว่า 30 ล้านบาท

ปี 2555 เสีย 23% (แต่ในปี 2556 และปี 2557 จะปรับลดลงเหลือ 20%)

(อัตราภาษีเปรียบเทียบของ “บุคคลธรรมดา” และ “นิติบุคคล”)

– ทำไมธุรกิจขาดทุน ยังต้องเสียภาษี – 

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆหลายคนก็อาจจะมีคำถามว่า ถ้าหากธุรกิจ “ขาดทุน” ก็แปลว่า ไม่ต้องเสียภาษี? ถูกไหม ในเมื่อภาษีคำนวณจากกำไรเท่านั้นนี่นา และก็คงไม่มีใครใจร้ายขนาดนั้นหรอก ขาดทุนไปแล้ว ยังต้องเสียภาษีอีก แล้ว(ตรู)จะเอาที่ไหนมาจ่ายละ (โว้ย)

สำหรับคำถามนี้นั้น ผมขอตอบว่า “ถูกแค่ครึ่งเดียว” เพราะเจ้าตัวเลข “กำไรสุทธิ” หรือ “ขาดทุนสุทธิ” ที่เราเห็นอยู่ในงบการเงินนั้น ถือเป็น ผลการดำเนินงาน ทาง “บัญชี” แต่ยังไม่ได้ปรับปรุงเป็น “กำไรทางภาษี” หรือ “ขาดทุนทางภาษี” เลยยยยยยยส์

ตอนนี้ อาจจะมีเพื่อนๆหลายคนเริ่มงงว่าไอ้เจ้าคนเขียนมันบ่นอะไรของมัน…
(กำไรบัญชี กำไรภาษี ทำไมยังต้องมีถึงสองแบบอีกล่ะ แล้วจะยังไงต่อไปละเนี่ยยย วุ้ยยยยย!!!)

เอาแบบนี้ละกันครับ เพื่อไม่ให้เพื่อนๆงงไปมากกว่านี้ ผมขออธิบายคำว่า “กำไร (ขาดทุน) ทางบัญชี” และ “กำไร (ขาดทุน) ทางภาษี”  ให้ฟังก่อนนะครับ

– กำไร (ขาดทุน) ทางบัญชี VS กำไร (ขาดทุน) ทางภาษี –

กำไร (ขาดทุน) ทางบัญชี
กำไรที่แสดงอยู่ในงบกำไรขาดทุนตามหลักการบัญชี คือ รายได้ หักลบด้วย ค่าใช้จ่าย ซึ่งแสดงถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงของกิจการ

กำไร (ขาดทุน) ทางภาษี
กำไร(ขาดทุน)ของกิจการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษีอากรที่เรียกว่า “ประมวลรัษฎากร” ซึงเกิดจากการปรับปรุงกำไร (ขาดทุน) ทางบัญชี ด้วยรายการต่างๆที่กฎหมายกำหนด เช่น รายการทางบัญชีบางรายการที่ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย เป็นต้น แล้วนำมาคำนวณภาษี ตามอัตราภาษีอากร ซึ่ง กำไร(ขาดทุน)ทางภาษีนั้น จะไม่ถือว่าเป็นผลการดำเนินงานที่แท้จริงของกิจการ

ทีนี้ก็แปลว่า .. กำไรที่เราจะเอามา “คำนวณภาษี” นั้น ต้องเป็น “กำไรทางภาษี” ไม่ใช่ “กำไรทางบัญชี” ดังนั้นเมื่อเราเห็นตัวเลขในงบกำไรขาดทุนของเราแล้ว ต้องคิดไว้ก่อนเสมอว่า กำไรตัวนี้ยังไม่ได้ปรับปรุงให้เป็นกำไรทางภาษีเลยนะ!!!

แต่ว่าเราจะปรับปรุงจาก “กำไรทางบัญชี” ให้เป็น “กำไรทางภาษี” ยังไงนั้น
รบกวนกด Like และ Share แล้วรอติดตามอ่านในตอนต่อไปคร้าบบบบบบบบ ….

:D

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy