fbpx

เงินน้อยก็รวยได้ ตอนที่ 1 : เรื่องของคนที่ไม่รู้จักออม

โพสต์เมื่อ: 04 ม.ค. 2013

ป้ายกำกับ: , , , , , ,


หลังจากที่บทความเรื่อง “มาวางแผนธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์” กับ “มาทำบัญชีธุรกิจส่วนตัวกันนะเธอว์” จบลงไปแล้วพักหนึ่ง ก็ถึงเวลาที่จะเขียนบทความชุดใหม่ ต้อนรับปีใหม่ ดังนั้นเธอว์ เอ้ย!! ผมเลยเกิดความคิดที่จะเปลี่ยนมาเขียนบทความในแบบสบายๆ ไม่เครียด แต่ได้สาระ (หรือเปล่า) เกี่ยวกับ “การออม” และ “การลงทุน” ให้เพื่อนๆอ่านกันบ้างครับ

ไหนๆขึ้นปีใหม่ทั้งที เลยถือโอกาสเปลี่ยนบรรยากาศจากเรื่องภาษีที่แสนจะหนักหน่วง เขย่าทรวงประสาท มาเป็นเรื่องเบาๆอย่าง “การออม” กันบ้าง และเรื่องที่จะนำมาเขียนนี้ก็ไม่ได้เอามาจากไหนไกลเลยยย เพราะเป็นเรื่องจากประสบการณ์ของตัวผมเองล้วนๆ

สำหรับแฟนพันธุ์แท้บางท่าน อย่าเพิ่งตกใจไปนะฮะ “บล็อกภาษีข้างถนน” ยังคงเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาษี (เป็นหลัก) แต่จะแอบขอแทรกเนื้อหาในเรื่องบัญชี การเงิน การลงทุน รวมถึงการออมบ้าง เพื่อไม่ให้เนื้อหาของบล็อกดูซีเรียสจนเกินไป นอกจากนั้นผมได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆหลายคนว่า อยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับการออมและการลงทุน เพราะว่ายังเป็นมือใหม่ในการลงทุนเลยอยากได้ความรู้ด้านนี้บ้าง ดังนั้นมือใหม่(กว่า)อย่างผมก็พร้อมจะจัดให้อย่างทันที!!!! (จะได้รู้กันไปว่าใครจะใหม่กว่าใคร 555)

อะแฮ่มๆๆ ก่อนที่จะออกทะเลไปไกล (กว่านี้) …
จริงๆแล้ว วัตถุประสงค์ที่ผมเขียนบทความชุดนี้ขึ้นมานั้น เพราะผมมีความหวังว่าเนื้อหาและประสบการณ์ของผมที่อยู่ในบทความนี้ อาจจะมีบางช่วงบางตอนที่สามารถช่วยจุดประกายความคิด หรือว่าช่วยสร้างแนวคิดดีๆเกี่ยวกับวินัยทางการเงินให้กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆอีกหลายคน ที่คิดว่าตัวเองยังไม่มีความรู้และความเข้าใจเรื่องการออมและการลงทุนดีพอ

แต่สำหรับคนที่มีประสบการณ์และความเข้าใจในเรื่องนี้แล้ว ผมก็อยากจะขอรบกวนให้อ่านผ่านๆดูสักครั้ง เพราะอาจจะมีประสบการณ์บางช่วงบางตอนของผมที่อาจจะทำให้คุณได้แนวคิดดีๆเกี่ยวกับการออม หรือถ้าหากมีเนื้อหาส่วนไหนที่ผิดพลาด (เนื่องจากเรื่องนี้เป็นมุมมองจากตัวผมเองล้วนๆ อาจจะหลุดแนวคิดหรือทฤษฎีที่ถูกต้องไปบ้าง) ก็สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้เลยครับ ไม่ว่าจะคอมเม้นท์ความเห็นไว้ที่ด้านล่างของบทความ หรือมาพูดคุยกันที่หน้าแฟนเพจ บล็อกภาษีข้างถนน ได้ตลอด 24 ชม.

เอาล่ะครับ!!! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ เรามาเริ่มต้นกับบทความที่ชื่อว่า “เงินน้อยก็รวยได้” กันเลยดีกว่า

– เงินน้อยจะรวยได้ (ไง) –

ผมอยากให้เพื่อนๆลองสมมุติว่า มีผู้ชายหน้าตาบ้านๆคนนึงเดินมาถามคุณว่า “รู้หรือไม่!! ว่าการออมเงินแค่เพียงวันละ 20 บาทจะทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้” เพื่อนๆคิดว่าจะเชื่อคำพูดนี้ได้ไหมครับ?

ก. เชื่อ
ข. ไม่เชื่อ
ค. เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ง. ออมคือใคร (ตรู)ไม่รู้จัก?

เงินน้อยก็รวยได้

แต่ไม่ว่าคำตอบของเพื่อนๆจะเป็นข้อไหนก็ตาม (ว่าแต่ข้อ ง.งู มันมาได้ยังไงฟระ – -“) แค่เพียงคุณโทรมาภายใน 10 นาทีนี้ คุณจะได้รับของแถมมูลค่าถึง xx,xxx บาท (เย้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!! ไม่ใช่แล้ววว …)

เอาเป็นว่าในตอนนี้ยังไม่ต้องตอบก็ได้ครับ แต่ผมจะขออนุญาตเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังก่อน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย แล้วเราค่อยมาดูกันว่า “แค่เงินวันละ 20 บาท จะทำให้คุณเป็นเศรษฐีได้จริงๆหรือไม่?”


.
.

– เรื่องของคนที่ไม่รู้จักออม –

ย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว สมัยที่พี่ตูนบอดี้แสลมยังเป็นนักร้องหนุ่มหน้าใสวัยละอ่อน (นานเกินไปหรือเปล่า – -“) มีผู้ชายธรรมดาๆ หน้าตาบ้านๆ คนหนึ่งกำลังเข้าสู่วัยทำงาน หลังจากที่เรียนจบมาหมาดๆ เขามาพร้อมกับไฟในการทำงานที่ลุกโชติช่วง และแรงใจในการทำงานอย่างล้นเหลือออ ( ผู้ชายคนนั้น คือผมเองครับ ^^)

ในช่วงนั้น ถ้ามีใครพูดถึงเรื่องการวางแผนชีวิตและการออมเงิน ผมมักจะเบะปาก (ทำปากเบี้ยวเหมือนสันนิบาตลง) หรือแสดงอาการไม่ยอมรับทำนองว่า “เฮ้ย !! เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ” หรือไม่ก็ “อย่าพูดเรื่องการเงินเลยหว่ะ เบื่อ” เพราะว่าผมไม่รู้สึกแม้แต่น้อยเลยว่า “การออมเงินเป็นเรื่องที่จำเป็น!!” มากแค่ไหนนนนนน….

ยิ่งไปกว่านั้น ผมไม่เคยเชื่อเรื่องการเก็บเงินวันละเล็กละน้อยแล้วจะทำให้ร่ำรวยขึ้นมาได้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ โลกนี้ก็คงจะไม่มีคนจนแล้วล่ะสิ !!! (คิดแบบเกรียนๆ พร้อมกับทำท่าแหงนหน้าหัวเราะมองฟ้า ดูคล้ายๆกับคนบ้ายังไงยังงั้น – -‘ )

เพราะฉะนั้น ความเชื่อและทัศนคติการใชัชีวิตที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตใต้สำนึกของผม ก็จะมีแต่ความคิด (แบบผิดๆ) ที่ว่า โลกแห่งนี้คือ โลกแห่งทุนนิยม ที่เราทุกคนต้องกินต้องใช้ (ผลาญ) อย่างเต็มที่ ไม่ต้องไปสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น ขอเพียงแค่เราหาช่องทางที่มีรายได้ให้มากๆ ก็พอ ถ้าหามีรายได้มากกว่าที่เราใช้จ่ายเมื่อไร ก็มีเงินเก็บเองแหละน่า!!!

ถ้าหากจะเขียนรูปแบบการใช้จ่ายของผมออกมาเป็นสมการ ก็คงเขียนออกมาได้ทำนองว่า รายได้ – ค่าใช้จ่าย ดังนั้นส่วนที่เหลือก็คือ “เงินออม” นั่นเอง ง่ายจะตาย ใครๆก็ทำกันแบบนี้ อีกอย่างผมคิดแบบฟันธงไว้เลยว่า “อิสรภาพทางการเงิน” จะมาสู้อิสรภาพแห่งการใช้ชีวิต !!!! ได้ยังไง (เท้าเอว แหงนหน้ามองท้องฟ้า แล้วหัวเราะดังๆอีกซักรอบ ว่ะฮะฮะฮ่า = =” )

รายได้ ค่าใช้จ่าย เงินออม

.
.
.

แต่หลังจากที่เวลาผ่านไป…
เมื่อผมได้ใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนไปได้สักพัก
ชีวิตจริงมันดันไม่เป็นแบบที่คิดน่ะสิครับ!!!!! 

.
.
.

– เริ่มต้นกับชีวิตมนุษย์เงินเดือน –

จุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานของผม ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นทั่วๆไป เป็น”มนุษย์เงินเดือน” ที่มีเงินเดือนเริ่มต้นประมาณหมื่นต้นๆ (ไม่รวมโอทีและโบนัส) ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนที่มาก (สำหรับผม) ในตอนนั้น เมื่อได้รับเงินเดือนมา ผมก็จะหักเงินบางส่วนแบ่งให้พ่อและแม่ โดยส่วนที่เหลือก็จะนำไปใช้จ่าย ถ้าเหลือจากการใช้จ่ายเท่าไรผมก็วางแผนว่าจะออมเงินไว้ ก็แค่นั้นเอง ง่ายๆชิวๆ

แหม่ …ฟังแล้วมันก็น่าจะดี เป็นมนุษย์เงินเดือนผู้ชายวัย 20 อบอุ่น เริ่มวางแผนทางการเงินแล้ว น่าจะใช้ชีวิตได้อย่างสบายๆใช่ไหมล่ะฮะ ….. แต่ว่าชีวิตจริงมันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะสิครับ!!!!!

ถึงแม้ว่าตัวผมเองจะไม่มีภาระเรื่องของที่อยู่อาศัย (อาศัยอยู่บ้านพ่อ-แม่) และภาระค่าใช้จ่ายใดๆภายในครอบครัวเลย เรียกว่า บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวก็ไม่ต้องซื้อ (ใครเกิดทันเพลงนี้บ้าง = =”) ดังนั้นรายจ่ายหลักๆของผมก็จะมีเพียงแค่ เงินเดือนบางส่วนที่แบ่งให้พ่อแม่เป็นประจำทุกเดือน ค่าน้ำมันรถ (รถที่ขับก็ของที่บ้านอีกด้วย ^^V) ค่าอาหารในแต่ละมื้อ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ผม “อยากจะใช้” ได้แก่

– ปาร์ตี้สังสรรค์กับบรรดาเพื่อนๆเหล่าเซเลปทั้งหลาย
– ดินเนอร์ร้านอาหารอร่อยๆ ชื่อดัง กาแฟร้านหรู ชานมไข่มุกเลื่องชื่อ
– เสื้อผ้าแบรนด์เนมต่างๆ เครื่องประดับอย่างดี
– ค่าดูและรักษารถยนต์ คาร์แคร์ คนรักรถ
– หนังสือ นิตยสารต่างๆทั้งที่ชอบอ่านและไม่ชอบอ่าน
– อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และของใช้ไร้สาระต่างๆที่ซื้อมาแล้วก็ไม่ได้ใช้

เมื่อใช้จ่ายกับค่าใช้จ่ายที่ “อยากจะใช้” ไปสักพัก พอเหลือบตามองดูเงินในบัญชีตอนปลายเดือน ก็ต้องอุทานในใจว่า อุบ๊ะ!!!! มันจะเหลือให้ออมได้ยังไงกันล่ะคร้าบบบบ แค่ใช้เงินแบบเดือนชนเดือนยังจะไม่ค่อยพอเล้ยยยยยย

แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีและบอบบางแบบสุดๆ เลยมักจะบอก (ปลอบ) ตัวเองว่า เดี๋ยวปีหน้าเงินเดือนเพิ่ม เราก็คงเก็บเงินได้มากขึ้นเองแหละ !! (พูดกับตัวเองเมื่อดูเงินในบัญชีธนาคารที่เกิอบๆจะติดลบทุกเดือน) แต่พอมีเงินเดือนเดือนใหม่เข้ามาผมก็ลืมตัวใช้จ่ายเหมือนเดิมทุกที๊ ทุกที

อาห๋… นี่คืออิสระที่ชีวิตใฝ่หา ชีวิตที่เราไม่รู้จะเป็นจะตายเมื่อไร ทำวันนี้ให้เต็มที่!!! ฟินนาเล่….!!! (เสียงเจ้ามารร้ายกระซิบบอกผมทุกครั้งที่อยากใช้เงิน)

แต่แล้วเวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ เลยทำให้ผมรู้ว่า สิ่งที่เราคิดไว้ (แต่ไม่ลงมือทำ) ย่อมไม่มีวันเป็นจริง!!!!

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy