fbpx

การตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 13 (TFRI 13) เรื่อง โปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า

โพสต์เมื่อ: 02 พ.ย. 2010


สืบเนื่องจากคณะกรรมการด้านการทำบัญชี สภาวิชาชีพบัญชีได้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับผลกระทบของ TFRS ทุก 2 สัปดาห์อย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 15 แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องของ การตีความมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 13 (TFRI 13) เรื่อง โปรแกรมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้า กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้

ธุรกิจหลายแห่งมีวิธีการส่งเสริมการขายด้วยการขายสินค้าพร้อมให้สิทธิหรือแต้มหรือคูปองให้ลูกค้าไว้ให้กลับมาซื้อหรือแลกสินค้าบริการราคาถูก เช่น

– ท่านไปรับประทานอาหารในร้านอาหารญี่ปุ่นบางแห่ง พนักงานจะถามว่าจะให้บันทึกแต้มสะสมหรือนำไปลดค่าอาหารในครั้งนั้นหรือไม่

– ท่านเป็นสมาชิกบัตรเครดิตที่มีแต้มสะสมให้ตามยอดการใช้จ่ายและนำแต้มนั้นไปแลกรางวัลได้
– ท่านเดินทางกับสายการบินหนึ่งพร้อมแจ้งหมายเลขสมาชิก เมื่อการเดินทางเสร็จ สายการบินจะบันทึกระยะทางสะสม Mileageเพื่อให้ท่านแลกเป็นตั๋วเดินทางฟรี เป็นต้น

TFRI 13 กำหนดว่าการขายที่ให้สิทธิแก่ลูกค้าถือเป็นส่วนหนึ่งของการขายและลูกค้าสามารถนำสิทธินั้นมาใช้เพื่อรับสินค้าหรือบริการ หากการขายหรือให้บริการนั้นมีส่วนของรายได้ที่จะส่งมอบสินค้าหรือบริการทั้งที่เป็นสินค้าหรือบริการของธุรกิจหรือของกิจการอื่นที่เป็นบุคคลที่ 3 แสดงว่ารายได้ในครั้งนั้นต้องกันส่วนที่เป็นรายได้คราวต่อไปเป็นรายได้รับล่วงหน้าไว้ส่วนหนึ่ง การตีความฉบับนี้เป็นการรับรู้รายได้รับล่วงหน้าบางส่วน เพราะต้องส่งมอบสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าที่มีแต้มหรือสิทธินั้นในอนาคต

การเก็บข้อมูล

ข้อมูลสำคัญที่ประกอบการบันทึกบัญชี ได้แก่มูลค่าสินค้าหรือบริการหรือส่วนลดในอนาคตที่ธุรกิจต้องจัดหาให้ลูกค้า ซึ่งการตีความให้แนวทางกำหนดมูลค่านี้ไว้ 2 วิธี

– วิธีมูลค่ายุติธรรมของส่วนประกอบที่ยังไม่ได้ให้ กรณีนี้กิจการต้องทราบมูลค่ายุติธรรมของสินค้าหรือบริการที่ให้นั้นและนำไปหักจากรายได้ทันที เช่น บริษัท ก ขายบ้าน 5 ล้านบาทพร้อมให้คูปองลูกค้าสำหรับแลกซื้อเฟอร์นิเจอร์จากบริษัท ข 20,000 บาท กรณีนี้ บริษัท ก ต้องรับรู้ Dr. เงินสด 5 ล้านบาท และ Cr. รายได้จากการขายบ้าน 4,980,000 บาทและ Cr. รายได้รับล่วงหน้า 20,000 บาท

– วิธีมูลค่ายุติธรรมที่เกี่ยวข้อง กรณีนี้กิจการยังไม่ทราบมูลค่ายุติธรรม เช่น กิจการขายกาแฟแก้วละ 11 บาท (ไม่ใช่กาแฟสอยดาว) ทุกครั้งที่ลูกค้าซื้อ 1 แก้ว กิจการให้คูปอง 1 ใบ สะสมครบ 10 ใบ แลกกาแฟแก้วที่ 11 (อ่านดี ๆ นะไม่ใช่ 11 แก้ว ดื่มขนาดนั้นคงเป็นหลินปิงเพราะนอนไม่หลับทีเดียว) ฟรี การหามูลค่ายุติธรรมตามวิธีนี้ ต้องเทียบว่า

กาแฟ 11 แก้ว (+คูปอง 10 ใบ) ทำให้ได้เงิน 110 บาท เพราะฉะนั้นมูลค่ากาแฟจริงต่อแก้ว 110/11 = 10 บาทแสดงว่า 10 บาทเป็นค่าคูปอง 10 ใบ หรือ คูปองมีค่าใบละ 1 บาท กิจการบันทึก Dr. เงินสดรับ 11 บาท Cr. ค่าขายกาแฟต่อแก้ว 10 บาทและ Cr. รายได้รับล่วงหน้า 1 บาททุกแก้วที่จำหน่าย

หวังว่าจะเข้าใจแนวทางการวัดมูลค่ายุติธรรมของแต้มแล้ว และ (ทน) รับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ ในฉบับหน้า จะขอกล่าวถึงวิธีการจัดการแต้มที่จะกำหนดวิธีการลงบัญชีต่อไปจนกว่าจะจบโครงการส่งเสริมการขายลักษณะนี้ ก่อนจากกันในฉบับนี้ ขอย้ำให้เตรียมความพร้อม เพราะการปฏิบัติตามการตีความฉบับนี้ครั้งแรกต้องใช้วิธีปรับย้อนหลัง ซึ่งคาดว่าจะให้ถือปฏิบัติในปี 2555

ที่มา: คณะกรรมการด้านการทำบัญชี
www.fap.or.th

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy