fbpx

ภาษีเงินได้และมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร (2)

โพสต์เมื่อ: 03 พ.ย. 2010

ป้ายกำกับ: , , , , , ,


หลังจากพูดถึง “เงินได้พึงประเมิน” และ “ปีภาษี” แล้ว อีกหนึ่งนิยามที่น่าสนใจก็คือคำว่า “ขาย” นั่นเอง

นิยามคำว่า “ขาย” ? หมายความรวมถึงขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้ ให้เงิน โอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าด้วยวิธีใด และมีค่าตอบแทนหรือไม่ แต่ไม่รวมถึง

1) ขาย แลกเปลี่ยน ให้ หรือโอนกรรมสิทธิ์ หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่มิใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และราคาหรือมูลค่าตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งแปลว่า การขายนั้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนั้น การให้หรือขายให้แก่ส่วนราชการโดยไม่มีเรียกค่าตอบแทนเลยจะไม่ถือเป็นการขาย

2) การโอนทางมรดกให้แก่ทายาทซึ่งเป็นการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ (เป็นเรื่องของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์โดยตรง)

ตัวอย่าง (1): นาย ก มีที่ดินอยู่ 2 แปลง และนาย ก มีลูกชาย 2 คน คือนาย ข และ นาย ค และเมื่อนาย ก เสียชีวิต นาย ข ไปบอกกรมที่ดินว่าให้โอนที่ดินให้แปลงหนึ่ง ในกรณีนี้กรมที่ดินจะไม่ทำให้ แต่จะให้นาย ข ไปตั้งผู้จัดการมรดกมาจึงจะยอมทำให้ เนื่องจากกรมที่ดินไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วที่ดินเป็นของใคร – เป็นของนาย ข คนเดียวหรือ นาย ค คนเดียว ก็เดียวก็ได้ แต่นาย ข ดันไปโอนก่อน ดังนั้น การโอนในลักษณะนี้จะต้องเป็นการโอนโดยผู้จัดการมรดกเท่านั้น

ตัวอย่าง (2): พี่สาวยกที่ให้น้องชาย เป็นของขวัญวันแต่งงาน 1 แปลง ถามว่าในกรณีเช่นนี้มีภาระภาษีเงินได้หรือไม่ และหากมี ใครเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสีย
คำตอบ พี่สาว  การยกที่ให้น้องชาย ถือว่า ขาย โดยดูจากนิยามการขาย ในกรณีเช่นนี้มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน ใน “มาตรา 41 ทวิ” บอกว่าในกรณีการโอนกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์โดยไม่มีค่าตอบแทนให้ถือว่าผู้โอนเป็นผู้มีเงินได้ และต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เพราะฉะนั้น ในกรณีนี้ถือว่าพี่สาวเป็นผู้มีเงินได้

เหตุที่ไม่ประเมินน้องชาย เนื่องจากเมื่อพี่สาวเป็นคนขาย น้องชายก็ถือเป็นคนซื้อ ไม่ใช่คนที่ได้มาเปล่า จึงจะไปเก็บภาษีจากคนซื้อไม่ได้ กรณีน้องชาย ถือว่าเป็นเงินได้พึงประเมิน โดยดูจากมาตรา 39 (เงินได้พึงประเมิน หมายถึง เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่ได้รับและอาจมีราคา หรือตีราคาได้ตามมาตรา 9 ทวิ) และที่ดินนั้นก็มีมูลค่าด้วย โดยในวันที่รับโอนที่ดินมีมูลค่าเท่าไหร่ก็คือเท่านั้น แต่ ตามมาตรา 41 ทวิ ให้ผู้โอนเป็นผู้มีเงินได้

ส่วนการประเมินราคาที่ดิน  กรณีนี้ใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ ตาม “มาตรา 49 ทวิ” ในกรณีที่เป็นการโอนกรรมสิทธิหรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ โดยมีหรือไม่มีค่าตอบแทน และไม่ว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของอสังหาริมทรัพย์นั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ให้เจ้าหน้าที่อากรประเมินกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยถือตามราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งราคาที่ใช้อยู่ ณ วันที่มีการโอนนั้น  คือเอาราคาประเมินทุนทรัพย์นั้นเป็นฐานในการเรียกเก็บภาษี และค่าธรรมเนียม ณ วันที่มีการจดทะเบียนนิติกรรมสัญญา ณ กรมที่ดิน ณ วันที่จดทะเบียน เจ้าหน้าที่ที่กรมที่ดินจะถือตามราคาประเมิน ประเมินทุนทรัพย์ ณ วันที่มีการโอนนั้นโดยไม่สนใจราคาตลาด

ซึ่งกรณีนี้ต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคล และ SBT อย่างสิ้นเชิง โดยภาษีเงินได้นิติบุคคล และ SBT จะถือตามราคาที่สูงสุด คือ หากซื้อขายกัน 10 ล้าน แต่ราคาประเมินทุนทรัพย์อยู่ที่ 15 ล้าน จะเอาราคาที่สูงสุด ซึ่งโดยทั่วไปราคาตลาดจะสูงกว่าราคาประเมินอยู่แล้ว แต่บุคคลธรรมดาเอาราคาประเมินทุนทรัพย์เป็นหลัก

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy