fbpx

แหล่งเงินได้ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร มีประเด็นสำคัญ คือ ใครบ้างมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย

มาตรา 41 ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในประเทศไทย หรือเนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทศไทย หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

ผู้อยู่ในประเทศไทยมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว เนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวันในปีภาษีใด ให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย

การตีความ:
มาตรา 41 วรรค 1 ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว
(1) เนื่องจากหน้าที่งาน หรือ (2) กิจการที่ทำในประเทศไทย หรือ
(3) เนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย
ต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ไม่ว่าเงินได้นั้นจะจ่ายในหรือนอกประเทศ

สรุปหลักสำคัญ: ต้องพิจารณาว่าแหล่งเงินได้ที่มานั้นเกิดที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ
1. ถ้าเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถือว่า แหล่งเงินได้ เกิดขึ้นในประเทศไทย)
2. ดูหน้าที่การงาน ทรัพย์สินในประเทศไทย หรือกิจการของนายจ้างในประเทศไทย ถือว่า เป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทย เช่นกัน

ถ้าเข้าองค์ประกอบข้อใดข้อหนึ่งใน 2 ข้อ ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าเป็นใคร และ ไม่สนใจว่าจ่ายที่ไหน

ตัวอย่าง เช่น เลดี้ กรากรา เดินทางเข้ามาทำงานเป็นงานพิเศษและอยู่เมืองไทยไม่ถึง 180 วัน แล้วบินออกไป และโอนเงินกลับไปที่อังกฤษ เลดี้ กรากรา ต้องเสียภาษีหรือไม่
ตอบ เข้าวรรคแรก คือ ขอให้มีเงินได้เกิดขึ้นในประเทศไทยก็พอ (สแกนที่มาของเงิน อย่าดูตัวคน หรือการจ่ายเงิน ถือเป็นตัวรอง) เพราะฉะนั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีในประเทศไทย

มาตรา 41 วรรค 2 ผู้ที่อยู่ในประเทศไทย มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ในปีภาษีที่ล่วงมาแล้ว
(1) เนื่องจากหน้าที่งาน หรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือ
(2) เนื่องจากจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ
ต้องเสียภาษีเงินได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้เมื่อนำเงินได้พึงประเมินนี้เข้ามาในประเทศไทย

ผู้ใดอยู่ในประเทศไทยชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรือหลายระยะ รวมเวลาทั้งหมดถึง 180 วันในปีภาษีใดให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้ที่อยู่ในประเทศไทย โดยระยะเวลา 180 วันนับจากวันที่ใน พาสปอร์ตที่เข้ามาในประเทศไทย

สรุปหลักสำคัญ: ดูว่าเงินได้เกิดที่ไหน (ที่มาของเงิน: แหล่งเงินได้นอกประเทศ) + นำเงินได้พึงประเมินนี้เข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน* จึงค่อยนำมาพิจารณาว่าอยู่ในประเทศไทยเกินกว่า 180 วันหรือไม่

ปีภาษีเดียวกัน หมายถึง ถ้านำเงินได้เข้ามาเหลื่อมปี จะไม่เสียภาษี เป็นมติของคณะกรรมการพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายและอุทธรณ์หรือคำร้องกรมสรรพากร (ก.พ.อ) ครั้งที่ 2 ลงวันที่ 21 ก.พ. 2528 ซึ่งระบุว่าผู้มีเงินได้ต้องนำเงินได้เข้ามาในปีภาษีเดียวกับที่ได้รับเงินได้เท่านั้น จึงจะต้องเสียภาษี

ตัวอย่าง พะราดอนแท็ก เป็นนักเทนนิสชื่อดังไปตีเทนนิสในต่างประเทศ และมีเงินได้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ให้ดูที่มาของเงิน เงินเกิดนอกประเทศไทย ภ.จะเสียภาษีเมื่อ
1. ดูว่าปีนั้น พะราดอนแท็ก อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วันหรือไม่
2. พะราดอนแท็ก จะต้องนำเงินได้นั้นเข้ามาในปีภาษีเดียวกันกับที่มีเงินได้ แต่ถ้าดึงเงินไว้ รอให้เกินปี แล้วค่อยนำเงินได้เข้ามาในไทยก็จะไม่เสียภาษี

ตัวอย่างอื่นที่น่าสนใจ

1) ถ้าทำงานกับบริษัทไทยโดยมีสาขาอยู่ต่างประเทศ แล้วส่งพนักงานไปทำงานที่สาขาต่างประเทศ โดยจ่ายเงินให้พนักงานที่สาขา ตปท.

ตอบ กิจการอยู่ที่ใดก็ได้ ขอให้นายจ้างอยู่ประเทศไทย กิจการอยู่ที่ใดก็ได้ถือเป็นนิติบุคคลเดียวกัน ถือเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทย

2) นาย.เอ คนไทย ทำงานอยู่ในประเทศไทยถูกส่งไปทำงานที่สาขาฮ่องกงของบ.ไทย ถือว่า เอ เป็นพนักงานประจำมีประกันสังคมและถูกส่งไปประจำที่สาขาตปท. เงินได้จากการจ้างแรงงานนี้ถือเป็น มาตรา 41 วรรคแรก ดังนั้น ถ้าเป็นการจ้างแรงงานต้องเสียภาษีในไทยแน่นอน

3) นายบี เป็นคนฮ่องกง ไม่มีสัญญาจ้างแรงงานกับสำนักงานใหญ่ในไทย(สำคัญมาก) ไม่ใช่พนักงานประจำขที่ถูกส่งออกไป รายจ่ายที่บริษัทจ่ายให้ รวมทั้งเงินเดือน นายบีไม่ถูกรับรู้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในประเทศไทย

ตอบ ถือเป็นแหล่งเงินได้ต่างประเทศ เนื่องจากไม่เข้าเงื่อนไขเนื่องจากกิจการของนายจ้างในไทยถือเป็นเงินได้จากหน้าที่งานในตปท.ตามประเด็นรายจ่ายต้องห้ามในประมวล ม.65ตรี (14) รายจ่ายที่ไม่ใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในปท.ไทยโดยเฉพาะต้องห้าม เช่นค่าน้ำ ค่าไฟของสาขาในตปท.นำมาลงเป็นรายจ่ายของปท.ไทยไม่ได้ ต้องบวกกลับทางภาษี (บ.ไทย รายได้เอาทั่วโลก แต่ถ้าเป็นรายจ่าย หยุดอยู่ที่พรมแดน ถ้าไม่ใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในปท.ไทยโดยเฉพาะ) แต่ถ้าพิสูจน์ว่าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการในปท.ไทยโดยเฉพาะ และนำเงินเดือนของนายบีในต่างประเทศมาลงเป็นรายจ่ายของสำนักงานใหญ่ในไทยก็จะเป็นแหล่งเงินได้ในประเทศไทยทันที

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวจะถือว่าเป็นแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ (มาตรา 41 วรรค 2) ก็ต่อเมื่อ
1. สาขาเป็นผู้จ้าง ไม่มี Connect กับสนญ.
2. รายจ่ายต้องไม่ถูกนำมารวมเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิในประเทศไทย

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy