fbpx

[เม้าท์] ด้านมืดวงการบัญชี : ตอน คนทำบัญชีในตำนาน

โพสต์เมื่อ: 17 ก.ย. 2013

ป้ายกำกับ: , ,


สำหรับเรื่องที่จะเขียนในหัวข้อ “เม้าท์” นั้น เป็นบทความสั้นๆจบในตอน เกี่ยวกับเรื่องราวและประสบการณ์ที่ @TaxBugnoms พบเจอในโลกของบัญชี ภาษีและการเงินรอบๆตัว เอามาตีแผ่และเล่าให้ฟังแบบสนุกๆ แต่มีการดัดแปลงเรื่องและตัวละครไม่ให้ตรงกับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เผื่อเอาไว้ก่อนเดี๋ยวโดนฟ้องแล้วจะไม่มีใครมาเขียนบล็อกให้ ฮาาาา

สำหรับในตอนนี้ขอเสนอเรื่องราวด้านมืดของวงการบัญชีที่เรียกว่า “คนทำบัญชีในตำนาน” และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มอ่านเรื่องราวไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

เรื่องมันมีอยู่ว่า “นายเก่า” เป็นชาวต่างประเทศ มีความคิดจะลงทุนเปิดกิจการร้านอาหารในไทย เลยไปชักชวน “นายแปรด” ชาวไทยเชื้อสายจีนที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจมาเป็นหุ้นส่วน แต่ด้วยปัญหาที่กฎหมายของไทยแสนจะซับซ้อนและรัดกุมเกินไป ทำให้นายเก่าอ่านไม่รู้เรื่อง (คือจริงๆนายเก่าอ่านภาษาไทยไม่ออกครับ แฮร่) นายแปรดจึงอาสาจัดการเรื่องของกฎหมาย และจัดหาคนทำบัญชีที่รู้จักกันมาดูแลให้ ชื่อว่า “นางสาวเอมโม่”

หลังจากนั้น “นายแปรด” กับ “นายเก่า” ก็ตั้งบริษัทขึ้นมา 1 แห่ง โดยนายเก่ามีสถานะเป็น “กรรมการบริษัท” และมี “นางสาวเอมโม่” เป็นคนทำบัญชีให้ ส่วนนายแปรดนั้นบอกว่าตัวเองมีธุรกิจหลายอย่างต้องดูแล ยังไงฝากให้นายเก่าจัดการเต็มที่ แปรดขอเป็นแค่ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งก็พอแล้ว

ด้วยความไว้วางใจในแปรด และความตั้งใจเป็นทุนเดิมที่จะทำธุรกิจอย่างโปร่งใส “นายเก่า” จึงนำเงินของตัวเองมาลงทุนในบริษัทชนิดที่เรียกว่าเต็มที่กับชีวิต อีกทั้งยังมุ่งมั่นทำงานอย่างขันแข็ง เรียกได้ว่าวางแผนสร้างกิจการลงหลักปักฐานในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อย

ทางด้าน “นางสาวเอมโม่” ก็เป็นผู้ทำบัญชีและดูแลบัญชีให้ โดยมีหน้าที่เข้ามาเก็บเอกสารไปสรุปยอดบัญชีต่างๆ บันทึกรายการ ฯลฯ และทำแบบแสดงรายการภาษีต่างๆมาให้นายเก่าเซ็นต์ พร้อมทั้งเรียกเก็บเงินจากนายเก่าในทุกๆเดือน ทั้งค่าทำบัญชี ค่าจัดการเอกสาร รวมเงินค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าภาษีอื่นๆที่นายเก่าต้องจ่ายตามเอกสารที่เอมโม่ทำมาให้ สรุปแล้วในแต่ละเดือนนายเก่าต้องจ่าย “ค่าภาษี” ไปหลายหมื่นบาท

เหตุการณ์ทำนองนี้ก็ดำเนินติดต่อกันซ้ำๆทุกเดือนมาประมาณปีกว่าๆ เอมโม่ทำเอกสารมาให้ >> เรียกเก็บเงิน >> นายเก่าจ่ายไป >> เอมโม่เอาไปยื่นภาษี วนเป็นวัฎจักรซ้ำไปซ้ำมา แต่ด้วยความที่ไม่รู้ประสาทำให้หลงลืมไปว่ามีอีกสิ่งหนึ่งที่นายเก่าต้องขอจากเอมโม่ในทุกๆเดือน นั่นคือ “ใบเสร็จรับเงิน” ที่เอมโม่ได้รับจากสรรพากรหลังจากที่ชำระค่าภาษีต่างๆเรียบร้อยแล้ว

กว่าที่นายเก่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ววววว เพราะว่ามีคนกลุ่มหนึ่งมาแจ้งความจริงให้นายเก่าทราบว่าตั้งแต่ตั้งบริษัทมาไม่เคยมีการเสียภาษีเลยแม้แต่บาทเดียว โดยคนกลุ่มนี้มีชื่อว่า “กลุ่มพี่สรร (พากร)”

นายเก่ายืนกรานว่าตัวเองจ่ายภาษีแน่นอนผ่านคนทำบัญชี แต่แล้วเงินทั้งหมดหายไปไหน? หลายท่านเข้าใจถูกแล้วครับ “เอมโม่” คนทำบัญชีแสนดีได้เอาเงินที่นายเก่าจ่ายไปทั้งหมดเข้ากระเป๋าตัวเอง แล้วค่อยยื่นแบบแสดงรายการให้บริษัทของนายเก่าไม่มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาโดยตลอด นอกจากนั้นเอมโม่ยังไม่เคยนำส่งงบการเงินและแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ให้กับบริษัทของนายเก่าเลย

ในทางกฎหมายผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว ก็คือ “กรรมการผู้จัดการบริษัท” ซึ่งก็คือ “นายเก่า” นั่นเอง แม้ว่านายเก่าจะไม่รู้กฎหมายไทย แต่ข้ออ้างว่า “ไม่รู้กฎหมาย” คงไม่สามารถใช้ได้ ถ้าหากคุณคิดจะทำธุรกิจในประเทศใดๆก็ตามในโลกนี้

เมื่อรู้ความจริง นายเก่าตกใจจนแทบคลั่ง เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับชีวิตตัวเองได้ คนดีอย่างนายเก่าต้องเจอพี่สรร (พากร) มาทวงภาษียิกๆๆๆ แถม”เอมโม่” ก็หนีหายเข้ากลีบเมฆเสียอย่างนั้น

ท้ายที่สุดเดือดร้อนถึง “นายแปรด” เพื่อนที่แสนดีต้องมาคอยวิ่งเต้นหาคนทำบัญชีใหม่ให้กับนายเก่า ซึ่งคนทำบัญชีใหม่ก็เข้ามาเคลียร์รายการต่างๆกับทางพี่สรร (พากร) เป็นที่เรียบร้อย สรุปตัวเลขได้เบ็ดเสร็จว่านายเก่าต้องเสียภาษีไปทั้งหมด 2 ล้านกว่าบาท!!! (มีทั้งค่าปรับอาญา เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและอื่นๆอีกมากมาย)

เมื่อเสียภาษีไปแล้ว นายเก่ารู้สึกเจ็บปวดกับการเป็นกรรมการบริษัท จึงตัดสินใจว่าอยากจะลงทุนเพียงอย่างเดียว (แน้..ไม่เข็ด) เลยปรึกษานายแปรดเพื่อนรักว่า “เฮ้ย ยูมาเป็นกรรมการผู้จัดการแทนไอหน่อย ได้ม้ายยยย” นายแปรดได้ยินก็ อ้ำๆอึ้งๆอยู่สักพักและก็ตอบว่า “ยินดีว่ะเพื่อน แอมแกลดทูเฮียแด้ท!!” หลังจากนั้นนายแปรดก็สวมบทบาทเป็นกรรมการบริษัทแทนนายเก่าในไม่ช้า

แต่ความเป็นจริง เรื่องทั้งหมดยังไม่จบ เพราะทั้งหมดคือแผนการของ นายแปรด นางสาวเอมโม่และคนทำบัญชีคนใหม่ !!!! (ทั้งสามคนมีความรู้ด้านบัญชีเป็นอย่างดี) ได้รวมหัวกันหลอกนายเก่าให้ถอนชื่อออกจากการเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท เพื่อที่จะฮุบกิจการที่นายเก่าสร้างมาทั้งหมดกับมือนั่นเอง … และท้ายที่สุดคนกลุ่มนี้ก็ทำสำเร็จดังที่ใจคาดหวัง

หลังจากนั้น นายแปรดได้ตั้งใจที่จะกำจัดนายเก่าให้ออกไปจากชีวิต โดยหาเรื่องฟ้องร้องว่านายเก่าฉ้อโกงบริษัทฯ จนท้ายที่สุดนายเก่าต้องไปนอนในห้องขังอยู่ 7 วัน (รายละเอียดส่วนนี้ผมไม่ทราบแน่ชัดนะครับ) และท้ายที่สุด “นายเก่า” ต้องตัดสินใจทิ้งเงินทุนทั้งหมดไว้ที่ประเทศไทยและกลับประเทศตัวเองไปอย่างหัวใจสลาย ส่วนปัจจุบันนายแปรดและทีมงานยังคงอยู่ดีมีสุข ไขว่คว้าหาเหยื่อรายต่อไปอยู่เรื่อยๆ

อ่านจบแล้ว ขอถามสั้นๆครับ …
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า?

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy