fbpx

ฐานในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (1)

โพสต์เมื่อ: 30 ธ.ค. 2010

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,


ประมวลรัษฎากรกำหนดให้ฐานภาษีเงินได้นิติบุคคลมี 4 ฐาน โดยบทความที่จะเขียนต่อไปนี้จะเริ่มจากฐานที่ 1 ซึ่งถือเป็นหัวใจของภาษีเงินได้นิติบุคคล คือ กำไรสุทธิ

ฐานที่ 1 กำไรสุทธิ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 66 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และกระทำกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และกระทำกิจการในที่อื่นๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชีและ การคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แต่ถ้าไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวแล้วได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา 76 ทวิ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มีลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อในการประกอบกิจการในประเทศไทย ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับเงินได้หรือผลกำไรในประเทศไทย ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ประกอบกิจการในประเทศไทย และให้ถือว่าบุคคลผู้เป็นลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทน หรือผู้ทำการติดต่อเช่นว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้ เฉพาะที่เกี่ยวกับเงินได้หรือผลกำไรที่กล่าวแล้ว

ในกรณีที่กล่าวในวรรคแรก ถ้าบุคคลผู้มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ตามบทบัญญัติในส่วนนี้ได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71(1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประเด็นสำคัญ
1. ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษี คือ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย (รวมทั้งมีสาขาไม่ว่าจะในประเทศหรือนอกประเทศ) โดยจะรับรู้รายได้จากกิจการทั่วโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตามต้องรับรู้หมด (บริษัทไทย หมายถึง บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งไม่ได้ดูเรื่องการถือหุ้น)
หลักการ คือ เมื่อกิจการมีรายได้เกิดขึ้นที่ใดก็ตามให้รับรู้รายได้ทั้งหมดเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งหมดในไทย ทำไมถึงไม่ใช้คำว่ากำไรสุทธิในต่างประเทศมารวม เนื่องจากกำไรสุทธิ คือ รายได้หักด้วยรายจ่าย แต่ประมวลรัษฎากรมีรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (14) คือ ห้ามรายจ่ายที่ไม่ใช่เพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะมาใช้ในการคำนวณ จึงต้องพิจารณาไปว่ารายจ่ายใดบ้างไม่เกี่ยวกับกิจการในประเทศก็ไม่ให้หักในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี

2. บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทย การมีสำนักงานสาขาในไทย (ต้องจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์)

ถ้าเป็นบริษัทไทย กับบริษัทต่างประเทศก็เสียภาษีเหมือนกัน คือ จากกำไรสุทธิ แต่ฐานตัวหนึ่งแคบกว่า ตัวหนึ่งกว้างกว่า บริษัทต่างประเทศที่ทำกิจการในประเทศไทยให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการ หรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทย จะเสียภาษีฐานแคบ คือ เสียภาษีเฉพาะรายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น

กล่าวโดยสรุป คือ “ฐานกำไรสุทธิ ผู้มีหน้าที่เสียภาษี คือ บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และ บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และกระทำกิจการในประเทศไทย”

ตัวอย่าง
บริษัทแห่งหนึ่งมีสาขาในเมืองจีน ไปจ้างคนดูแลที่เมืองจีน ซึ่งไม่เกี่ยวกับกิจการในไทยเลย สรรพากรไม่ให้ใช้รายจ่าย แต่รายได้ให้นำมาคำนวณ ซึ่งแปลว่า กิจการไม่ว่าจะอยู่ไหนก็ตามในกรณีที่เป็นนิติบุคคลเดียวกัน รายได้ที่เกิดขึ้นต้องนำมาเพื่อคิดคำนวณภาษีในประเทศไทย หากเป็นรายจ่ายต้องเป็นไปตาม 65 ทวิ และ 65 ตรี

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy