fbpx

สรุปผลการประชุมนักบัญชีโลกครั้งที่ 18 (1)

โพสต์เมื่อ: 13 ม.ค. 2011

ป้ายกำกับ: , , , ,


คณะผู้จัดทำวารสารวิชาชีพบัญชี กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้สรุปผลการประชุมนักบัญชีโลกครั้งที่ 18 ที่ได้จัดประชุมไปเมื่อวันที่ 8 ถึง 11 พฤศจิกายน 2553 โดยจัดที่ประเทศมาเลเซีย โดยความร่วมมือของสหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ (IFAC) และ สถาบันนักบัญชีแห่งมาเลเซีย (MIA) ซึ่งสรุปได้ดังนี้

หัวข้อที่ 1 นักบัญชีกับการสร้างคุณค่า
ในปัจจุบันการรายงานเรื่องความยั่งยืน (Sustainability Reporting) ได้กลายเป็นกระบวนการรายงานที่มีความสำคัญต่อองค์กรในการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญ และมีความเกี่ยวข้องและมีประโยชน์ต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจ นอกเหนือไปจากข้อมูลทางการเงิน โดยผลสำรวจจาก Mckinsey Global Survey แสดงให้เห็นว่า 76% ของผู้บริหารองค์กร เห็นว่าความยั่งยืนส่งผลในเชิงบวกต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้นในระยะยาว และ 50% ของผู้บริหารองค์กรเห็นว่าความยั่งยืนส่งผลต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้นในระยะสั้นด้วย

การปลูกฝังความยั่งยืนภายในองค์กร โดยกำหนดกลยุทธ์และการกำกับดูแล ปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ และนำเป้าหมายด้านความยั่งยืนไปใช้ในการประเมินผลการดำเนินงาน
บทบาทนักบัญชีในเรื่องความยั่งยืน โดยวิเคราะห์ผลกระทบและโอกาสจากความยั่งยืนภายในองค์กร และจัดทำรายงานเรื่องผลงานความยั่งยืน

หัวข้อที่ 2 การสร้างสรรค์อนาคตของนักบัญชี

นักบัญชีควรมีทักษะทางวิชาชีพบัญชี ได้แก่ ทักษะด้านความรู้ ด้านเทคนิคเฉพาะทางเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ทักษะเฉพาะส่วนบุคคล ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและการสื่อสาร และทักษะด้านองค์กรและการจัดการธุรกิจ
การพัฒนาทักษะของนักบัญชีสำหรับธุรกิจในอนาคต 10 อันดับ ในมุมมองของนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่มีทักษะด้านบัญชีบริหารและการวางแผนกลยุทธ์ทางการเงิน (Finance Strategic Planning) ดังนั้นอนาคตบัญชีบริหารมีส่วนสำคัญต่อธุรกิจ คือ

อันดับที่ 1 การจัดทำและการตีความหมายของข้อมูลการบัญชีบริหาร
อันดับที่ 2 ความเป็นผู้นำ
อันดับที่ 3 การวางแผนกลยุทธ์ทางการเงิน
อันดับที่ 4 การพัฒนาและการดำเนินการระบบบัญชีบริหาร
อันดับที่ 5 การสื่อสารและการนำเสนอข้อมูลทางการเงิน
อันดับที่ 6 การบริหารโครงการ
อันดับที่ 7 การบริหารบุคคล
อันดับที่ 8 การดำเนินการระบบสารสนเทศ
อันดับที่ 9 การจัดการประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อม
อันดับที่ 10 การกำกับดูแลองค์กร

หัวข้อที่ 3 บัญชีนิติเวชสำหรับโลกยุคดิจิตอล

บัญชืนิติเวชมีลักษณะสำคัญ 2 ประการ คือ การให้การสนับสนุนต่อคดีความ และการบัญชีเชิงสืบสวนสอบสวน

ผู้สอบบัญชีควรจะเพิ่มความรู้เฉพาะทางในเรื่องนิติวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Forensics) เพื่อที่จะสามารถกำกับผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ในการวางระบบการควบคุมภายในและนำระบบมาใช้ และมีความกล้าในการถามคำถามที่เหมาะสมเมื่อหลักฐานในรูปแบบดิจิตอลกลายเป็นประเด็นสำคัญ นอกจากนี้ผูสอบบัญชีควรจะได้รับการอบรมในเรื่องการตรวจสอบการทุจริต เพื่อที่จะรวบรวมหลักฐานที่ใช้ได้ในศาล ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับ

ในยุคปัจจุบันในศตวรรษที่ 21 วิชาชีพบัญชีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น

– เหตุการณ์ที่ทำลายชื่อเสียงอันมีสาเหตุมาจากทางการเงิน (Financial Scandals) ซึ่งส่งผลให้เกิดความสูญเสียมหาศาล
– แรงกดดันจากผู้บริหารในการบริหารงานให้เป็นไปตามงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
– การขาดการควบคุมที่เหมาะสมเมื่อเผชิญกับปัญหาเรื่องการทุจริต การคอรัปชั่น และการฟอกเงิน
– มีการประเมินความเสี่ยงไม่เพียงพอ ในสภาพแวดล้อมแบบดิจิตอล
– มีร่องรอยการตรวจสอบที่ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่สามารถป้องกัน ยับยั้ง ควบคุม ตรวจพบ และสืบสวนเหตุการณ์ทุจริตได้
– มีกฎหมายและมาตรฐานที่ไม่เพียงพอที่จะป้องกันและต่อสู้กับเหตุการณ์ทุจริต

ในปัจจุบันนักบัญชีมีความท้าทายใหม่ในวิชาชีพเกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงเรื่องรายการค้าที่มีเป็นจำนวนมาก ระบบบัญชีไม่มีหรือมีร่องรอยให้ตรวจสอบน้อย ส่งผลให้นักบัญชีต้องพึ่งพาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น จนกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้ว ดังนั้นนักบัญชีจึงควรพัฒนาทักษะทางด้าน IT มากขึ้น โดยความรู้สาขา IT ในเรื่องการป้องกันการทุจริต การตรวจพบการทุจริต และการสืบสวนการทุจริต มีความสำคัญมากในการตอบโต้การทุจริตในยุคปัจจุบัน

หัวข้อที่ 4 ระบบการเงินแบบศาสนาอิสลามกับการสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดการเงินของโลก

ระบบการเงินแบบศาสนาอิสลามจะมีการใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มชนชาวอิสลาม ในระบบการเงินแบบศาสนาอิสลามจะมีสินค้าและบริการทางการเงินเช่นเดียวกับในระบบการเงินแบบทั่วไป แต่สินค้าและบริการทางการเงินทุกประเภท ต้องเป็นไปตามหลักการ Shariah Principles ของศาสนาอิสลาม เช่น ห้ามมีการซื้อขายหนี้สินทางการเงิน (หุ้นกู้) ห้ามมีการคิดดอกเบี้ยจากการให้ยืมเงิน ธุรกรรมทางการเงินจะมีความไม่แน่นอนที่ลดลง และต้องเป็นการจัดหาเงินทุนให้ทดแทนการกู้ยืมเงิน ซึ่งจะก่อให้เกิดเศรษฐกิจที่แท้จริง เป็นต้น ซึ่งทำให้ระบบการเงินแบบศาสนาอิสลามถูกมองว่าเป็นรูปแบบระบบการเงินทางเลือก

ในประเทศสหราชอาณาจักรมีระบบการเงินแบบศาสนาอิสลาม โดยธนาคารอิสลาม ซึ่งส่งผลต่อประเด็นด้านการกำกับดูแล การจัดทำบัญชี และภาษีอากร โดยประเด็นด้านการจัดทำบัญชีนั้น ต้องมีการนำเสนอรายงานทางการเงินเพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงเชิงเศรษฐกิจของธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งมาจากระบบการเงินแบบอิสลาม ซึ่งปัจจุบันคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศ (International Accounting Standards Board: IASB) อยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลเพื่อนำไปกำหนดวิธีการปฏิบัติทางการบัญชีและการเสนอรายงานทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับระบบการเงินแบบศาสนาอิสลามต่อไป

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy