fbpx

การจดทะเบียนและการชำระค่าหุ้นขั้นต่ำ

โพสต์เมื่อ: 25 ส.ค. 2011

ป้ายกำกับ: , , , ,


วันนี้ได้รับคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจดทะเบียนบริษัทและเรียกชำระค่าหุ้นครับ ได้โอกาสเลยเขียนเป็นอีกหัวข้อไว้ สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ครับ

1. การบันทึกบัญชีในกรณีที่เรียกชำระค่าหุ้นเพียง 25% ตอนเริ่มจัดตั้งบริษัท จะบันทึกอย่างไร?

แนวทางพิจารณา
ให้ดูจากการแจ้งว่า ถ้าบริษัทแจ้งว่าชำระค่าหุ้นเพียง 25% ในส่วนของผู้ถือหุ้นหรือว่าแจ้งชำระเต็มจำนวน

1) กรณีที่แจ้งชำระค่าหุ้นเพียง 25% ส่วนของผู้ถือหุ้นจะแสดงหุ้นเพียง 25% ของทุนจดทะเบียนเท่านั้น
2) กรณีที่แจ้งชำระค่าหุ้นเต็มจำนวน แต่รับเงินชำระเพียงแค่ 25% ส่วนของผู้ถือหุ้นจะแสดงหุ้น 100% และส่วนต่างที่เหลืออาจต้องแสดงเป็นลูกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการหรือลูกหนี้ค่าหุ้น

โดยลูกหนี้ค่าหุ้นในกรณีที่ 2) นี้ ต้องทำการ “คิดดอกเบี้ย” ซึ่งตามมาตรา 1122 บัญญัติว่า “ถ้าและเงินอันจะพึงใช้เป็นค่าหุ้นตามเรียกนั้น ผู้ถือหุ้นคนใดมิได้ส่งใช้ตามวันกำหนดไซร้ ผู้นั้นจำต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่กำหนดให้ส่งใช้จนถึงวันที่ได้ส่งเสร็จ”

ดังนั้นการที่ไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ถือหุ้นที่ค้างชำระค่าหุ้นนั้น สามารถเป็นเหตุให้เจ้าพนักงาน (สรรพากร) มีอำนาจประเมินดอกเบี้ยจากบัญชีลูกหนี้ค่าหุ้นโดยถือเสมือนว่าได้รับชำระค่าหุ้นครบตามทุนจดทะเบียนแล้ว และเป็นไปตามตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร

2. ขณะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท สามารถเรียกชำระค่าหุ้นมากกว่า 25 % ได้หรือไม่

แนวทางพิจารณา
การชำระค่าหุ้น 25 % ในขณะจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนั้น เป็นอัตราการเรียกชำระค่าหุ้นขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังนี้
มาตรา 1105 ” อันหุ้นนั้น ท่านห้ามมิให้ออกโดยราคาต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้การออกหุ้นโดยราคาสูงกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้นั้นหากว่าหนังสือ บริคณห์สนธิให้อำนาจไว้ ก็ให้ออกได้ และในกรณีเช่นนั้นต้องส่งใช้ จำนวนที่ล้ำมูลค่าพร้อมกันไปกับการส่งใช้เงินคราวแรก อนึ่ง เงินส่งใช้ค่าหุ้นคราวแรกนั้น ต้องมิให้น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้า แห่งมูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้ ”

ดังนั้น บริษัทจะเรียกชำระค่าหุ้นเต็มมูลค่าหรือเรียกชำระเท่าใดก็ได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 25 % ตามที่กฎหมายกำหนด

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy