fbpx

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนด้านการบริการสาขาวิชาชีพบัญชี (1)


เนื่องจากผมได้รับข้อมูลผ่านทาง E-mail จากทางรุ่นพี่ปริญญาโทที่เคารพท่านหนึ่งครับ เกี่ยวกับเรื่องของ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ว่ามีผลกระทบกับทางนักบัญชีอย่างไรบ้าง ส่วนตัวผมแล้วคิดว่าน่าสนใจมากๆ เพราะนักบัญชีและผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้นำข้อมูลดังกล่าวไว้สำหรับเตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตนำเนื้อหาในส่วนที่สำคัญมาสรุปให้อ่านกันใน “บล็๋อกภาษีข้างถนน” ดังนี้ครับ

ความหมายของ AEC หรือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
เริ่มต้นด้วยความหมายของ AEC ย่อมา ASEAN Economic Community ซึ่งเรียกในภาษาไทยว่า ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เป็น 1 ใน 3 มิติของประชาคมอาเซียน ได้แก่
1. ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASC)
2. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
3. ประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน (ASCC))

โดยในปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนิเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม
เป้าหมายหลักในการรวม 10 ประเทศให้เป็นตลาดและฐานผลิตเดียวเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนภายในกลุ่ม AEC เอง และสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าการลงทุนกับประเทศนอกกลุ่ม AEC ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายกับการรวมกลุ่มของสหภาพยุโรป หรือ EU นั่นเอง แน่นอนจากการรวมตลาดและฐานผลิตให้เป็นหนึ่งเดียว ย่อมหมายรวมถึงการไหลเวียนเคลื่อนย้ายไปมาอย่างเสรี (Free Flow) ของสินค้า บริการ เงินทุน และนักวิชาชีพ หรือเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า เมื่อรวมเป็นประชาคมอาเซียนได้ ประเทศไทย และอีก 9 ประเทศสมาชิกอาเซียน จะเป็นเสมือนจังหวัดหนึ่งในอาเซียน เพราะฉะนั้นการที่จังหวัดไทย จะส่งสินค้าไปขายในจังหวัดบรูไน หรือจังหวัดสิงคโปร์จะไปลงทุนในจังหวัดกัมพูชา หรือจังหวัดพม่าจะส่งคนไปทำงานในจังหวัดเวียดนาม ก็สามารถทำได้อย่างเสรีเพราะทุกคนคือประชากรของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนโดยไม่มีการแบ่งแยกประชากรตามแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนอีกต่อไป โดยนักวิชาชีพที่สามารถเปิดเสรี ได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล บัญชี วิศวกร สถาปนิก และนักสำรวจ ซึ่งวิชาชีพบัญชีเป็นหนึ่งในสาขาที่อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดในการเปิดเสรีในปี 2558

การดำเนินการเพื่อให้บรรลุ AEC ได้มีการกำหนดแผนงานการจัดตั้ง AEC (AEC Blueprint) ซึ่งมีกรอบกว้างๆ ดังนี้
1. การเป็นตลาดเดียวกันและฐานการผลิตร่วมกัน
2. การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกอาเซียน
3. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค
4. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก

แผนงานของ AEC ได้กำหนดรูปแบบการค้าและการบริการ ดังนี้
1. ไม่มีข้อจำกัดสำหรับการค้าบริการข้ามแดน และการบริโภคในต่างประเทศ เว้นแต่มีเหตุผลอันควร เช่นเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชน
2. ให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาลงทุนในธุรกิจบริการ และสามารถถือหุ้นได้ อย่างน้อยร้อยละ 51 และ 70 ในปีพ.ศ. 2553 และ 2558 ตามลำดับ
3. ให้เจรจาเพื่อกำหนดเป้าหมายการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา ภายในปีพ.ศ. 2558 (อย่างไรก็ดี ในข้อนี้ ประเทศสมาชิกอยู่ระหว่างการเจรจาตารางข้อผูกพันรายละเอียดในแต่ละสาขาวิชาชีพ)

ปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียนได้ลงนามในกรอบข้อตกลงยอมรับร่วมในวิชาชีพแต่ละสาขาแล้ว โดยสาขาวิชาชีพบัญชี (ASEAN Mutual Recognition Arrangement Framework on Accountancy Services (MRA)) ได้ลงนามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 แต่ยังไม่ได้เป็นการเปิดตลาด เป็นเพียงการอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการขอใบอนุญาตโดยลดขั้นตอนการตรวจสอบ/รับรองคุณวุฒิการศึกษาหรือความรู้ทางวิชาชีพ ซึ่งนักวิชาชีพบัญชีในอาเซียนสามารถจดทะเบียนหรือขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในประเทศอาเซียนอื่นได้ แต่ยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในของประเทศนั้น ๆ เช่น หากนักบัญชีในต่างประเทศ จะสอบ CPA ในไทย ก็ต้องผ่านการสอบวิชาต่าง ๆ 7 วิชา เหมือนคนไทย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาตารางข้อตกลงผูกพันในรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขที่จะสามารถทำอะไรได้บ้างอย่างเสรี

ในส่วนขอสาระสำคัญของ MRA ของสาขาบัญชีมีดังนี้ครับ
MRA Framework สาขาบัญชีมีหลักการคือ กำหนดแนวทางเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจา MRA ด้านบัญชีในอนาคตของอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาสองฝ่ายหรือหลายฝ่าย โดยวางหลักเกณฑ์พื้นฐานสำหรับการยอมรับ ซึ่งประกอบด้วยหลักเกณฑ์เรื่อง การศึกษา การสอบ ประสบการณ์ กระบวนการให้การยอมรับ ระบบข้อมูลเอกสาร ระเบียบวินัยและหลักจริยธรรม มาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้ MRA ที่จะจัดทำขึ้นในอนาคตจะต้องไม่ลดทอนสิทธิ อำนาจ หน้าที่ของสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศในการกำกับดูแลและออกกฎ ระเบียบ หรือกฎหมายภายใน แต่ต้องไม่สร้างอุปสรรคที่เกินจำเป็น และการออกใบอนุญาตและการขึ้นทะเบียนของวิชาชีพบัญชีอาเซียนจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบภายในของแต่ละประเทศด้วย นอกจากนี้ กรอบข้อตกลงได้กำหนดกรอบการดำเนินการและขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบสาขาบัญชี

สำหรับการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีนั้น ควรจะมุ่งเน้นในด้านต่อไปนี้ คือ
– เพิ่มการลงทุนในด้านโปรแกรมบัญชี เพื่อใช้ในการจัดทำและสอบบัญชี
– อบรมและพัฒนาความรู้ ความสามารถของผู้สอบบัญชีอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากกลุ่มประเทศอาเซียนมี 10 ประเทศที่มีภาษาที่แตกต่างกัน ดังนั้นกลุ่มประเทศอาเซียนได้กำหนดว่าให้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารระหว่างกลุ่มประเทศอาเซียน ส่วนนักบัญชีท่านใดมีความพร้อมทางด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างดี และสนใจจะศึกษาภาษาที่สามโดยเฉพาะในกลุ่ม AEC เช่น เวียดนาม พม่า หรืออินโดนีเซีย ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง ถือเป็นการสร้างโอกาสความก้าวหน้าในอนาคต
– เน้นการให้บริการที่มีลักษณะที่เป็นการเฉพาะมากขึ้น เช่น ให้บริการสอบบัญชีตามประเภทของธุรกิจหรืออุตสาหกรรม
– แข่งขันในด้านค่าธรรมเนียม โดยเสนอบริการที่ถูกกว่า สำหรับระดับการบริการที่มีคุณภาพทัดเทียมกันหรือดีกว่า
– ขยายขนาดของสำนักงาน โดยการควบรวมากิจการกับสำนักงานอื่นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติ

ปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงเงื่อนไขในรายละเอียดของสาขาวิชาชีพบัญชี ซึ่งแนวโน้มคงมีการเปิดเสรีในปี 2558 โดยทางสภาวิชาชีพบัญชีเห็นถึงความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้จัดตั้ง “คณะอนุกรรมการการศึกษาและติดตามผลกระทบของ AEC ต่อวิชาชีพบัญชี” ขึ้น เพื่อศึกษาผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว และจะนำผลการศึกษาที่ได้เผยแพร่แก่สมาชิกทราบให้ทั่วถึง รวมทั้งเสนอแนะต่อหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ในการเจรจา อีกทั้งเสนอผลการศึกษาต่อสภาวิชาชีพบัญชีเพื่อออกกฎระเบียบ เพื่อเป็นการรองรับการเปิดเสรีที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้

ขอขอบคุณเนื้อหาดีๆจาก
พี่อุดม ธนูรัตนพงศ์ (Audit Partner, ANS Audit Co., Ltd.)

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy