fbpx

[ภาษีง่ายโพดๆ] ตอนที่ 23 : หักรายจ่ายกับการยกเว้นรายได้ มันต่างกันยังไง!!

โพสต์เมื่อ: 16 พ.ค. 2014

ป้ายกำกับ: , , , ,


สืบเนื่องจากภาษีง่ายโพดๆ ตอนที่ 22 ที่เขียนในเพจ @TaxBugnoms ทำให้ได้รับ Comment ที่น่าสนใจจากหลายๆท่านเรื่องของค่าลดหย่อนครับ ว่าสรุปแล้วมันลดหย่อนได้ยังไงกันกันแน่!!!

คุณ Amagalayano กล่าวไว้ว่า…

ไปงาน money expoมา ไปบูทของกรมสรรพากร มีงี้อีกนะคับ สมมุติรายได้ต่อปี 95,000 บาท แต่ซื้อประกันเต็ม 100,000 ลดได้เพียง 95,000 เท่านั้นคับ ห้ามลด มากกว่าเงินได้

คุณ Suwit J ได้มาอธิบายเพิ่มว่า…

“รายได้ต่อปี 95,000 บาท” น่าจะหมายถึง รายได้ส่วนต่าง ที่หักในส่วนที่ไม่เสียภาษีแล้ว

เช่นว่า เงินได้ 344,000 บาท
หัก ค่าใช้จ่าย 60,000 บาท
หัก ลดหย่อนตนเอง 30,000 บาท
หัก เงินสมทบประกันสังคม 9,000 บาท
หัก ส่วนที่เสียภาษีอัตรา 0% 150,000 บาท
คงเหลือ เงินได้ที่เสียภาษีอัตรา 5% = 95,000 บาท

( 344,000 – 60,000 – 30,000 – 9,000 – 150,000 = 95,000 )

ดังนั้น ซื้อประกันเต็ม 100,000 บาท ลดหย่อนภาษีได้เพียง 95,000 บาท เพราะการลดหย่อน จะลดเฉพาะเงินได้ที่จะเสียภาษีครับ ซึ่งก็คือ ประหยัดภาษีไป 4,750 บาทครับ (5% ของ 95,000 บาท = 4,750 บาท)

และสุดท้ายคุณ SuDa Seen มาให้ความเห็นว่า…

คุณอาจจะโดนสอบเรื่องเงินได้หรือเปล่า เพราะเป็นไปไม่ได่มีเงินได้ 95,000 แต่สามารถซื้อประกันได้ 100,000 และในเมื่อคุณมีเงินได้ 95,000 แล้วคุณจะเอาลด 100,000 บาททำไม คุณจะเอาส่วนต่างมาคำนวณอะไรคะ

จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้มานั้น @TAXBugnoms ขออนุญาตนำมาอธิบายว่า สาเหตุทั้งหมดนั้นมาจากค่าลดหย่อนที่เรามาลดหย่อนภาษีได้นั้นมี 3 ประเภทครับ คือ “ค่าลดหย่อนที่หักได้เน้นๆ” “ค่าลดหย่อนต้องเอามายกเว้น” และ “ค่าลดหย่อนผสมผสาน” (ชื่อประเภทบ้าบออะไรของแกวะ .. ฮา)

ยังจำได้ไหมครับว่า เงินได้สุทธิคำนวณจากอะไร ใช่แล้วครับ มาจาก หลักการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คือ (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษีเงินได้ ยังจำได้ใช่ไหมครับ

ค่าลดหย่อน

โดยประเภทแรก คือ “ค่าลดหย่อนที่หักได้เน้นๆ” หรือค่าลดหย่อนที่เราสามารถนำมาหักได้ทั้งจำนวนโดยที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว หักได้ 30,000 บาท ค่าลดหย่อนสามีภรรยา 30,000 บาทและค่าลดหย่อนบุตร 15,000 / 17,000 บาท อันนี้เข้าใจตรงกันคือ ถ้ามีแค่ไหนหักได้แค่นั่น แต่ถ้ามีภรรยาสองคนอันนี้ตัวใครตัวมันนะครับ แหม่…

ส่วนประเภทที่สอง “ค่าลดหย่อนที่ต้องเอามายกเว้น” คือ ค่าลดหย่อนที่กำหนดให้ยกเว้นเพื่อหักออกจากเงินได้ ตัวอย่างเช่น LTF ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้แต่ไม่เกิน 500,000 บาท หรือ RMF ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาทเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กบข. ฯลฯ ซึ่งค่าลดหย่อนส่วนนี้เราจะเห็นได้ว่า ถ้าเราไม่มีรายได้แปลว่าหักไม่ได้เลยน่ะสิ สมมติปีนี้เราไม่มีรายได้ นั่นแปลว่า ต่อให้ซื้อ LTF แทบตายก็ลดหย่อนภาษีไม่ได้ (นี่เป็นอีกเหตุผลที่ควรคิดให้ดีก่อนที่จะซื้อนะจ๊ะ)

และประเภทสุดท้าย นั่นคือ “ค่าลดหย่อนประเภทผสมผสาน” แปลว่ามีทั้งส่วนที่ลดหย่อนเฉยๆตามสบายและบางส่วนที่ยกเว้นจากเงินได้อย่างเดียว ตัวอย่างเช่น ค่าเบี้ยประกันเจ้าปัญหา ที่เราทุกคนเข้าใจว่าลดหย่อนได้เต็มที่ 100,000 บาท แต่จริงๆ การลดหย่อนของประกันชีวิต กฎหมายได้กำหนดว่าประกอบด้วยสองส่วน คือ ส่วนที่หักเป็นค่าลดหย่อนได้จริง 10,000 บาท และส่วนที่หักจากเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายอีก 90,000 บาท นั่นแปลว่า ถ้าหากเรามีรายได้ทั้งปีหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว 95,000 บาทตามที่ว่ามา เราจะหักได้ 10,000 บาท และ 85,000 บาท เท่านั้น ถึงแม่้ว่าเราจะซื้อประกันชีวิต 100,000 บาทก็ตาม เพราะว่ารายได้เรามีเพดานสูงสุดแค่นั้นครับ

หรือถ้าเราไม่มีรายได้แต่ไปยื่นแบบรวมกับสามีหรือภรรยา แปลว่าเราจะยังสามารถหักค่าลดหย่อนนี้ได้เพียง 10,000 บาท ไม่สามารถนำไปหักออกจากรายได้ของสามีหรือภรรยาได้จ้าา

หวังว่าบทความภาษีง่ายโพดๆ ตอนนี้จะช่วยให้เข้าใจเรื่องค่าลดหย่อนมากยิ่งขึ้นนะครับ

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy