fbpx

[ภาษี] 6 ข้อ 5 นาที เพื่อความเข้าใจภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน

โพสต์เมื่อ: 30 มิ.ย. 2014

ป้ายกำกับ: , , ,


สวัสดีคร้าบบบ วันนี้นาย @TAXBugnoms ขออนุญาตมาพูดคุยเรื่องราวดีๆ ในการวางแผนภาษีแบบง่ายๆ สำหรับมนุษย์เงินเดือนอีกสักครั้ง เนื่องจากมีหลายคนถามไถ่กันมามากว่า ในกรณีที่เป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ประจำอย่างเดียวนั้นจะวางแผนภาษีได้อย่างไร ขอแบบเบสิกเริ่มต้นใหม่ๆ เลยได้ไหม นี่จึงเป็นที่มาของบทความ 6 ข้อ 5 นาทีเพื่อความเข้าใจภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือน ถ้าพร้อมแล้วล่ะก็… ไปกันเลยครับ!

1. เข้าใจความหมายของ “ภาษี” กันก่อน

นิยามของคำว่า “ภาษี” คือ สิ่งที่ประชาชนต้องจ่ายให้รัฐโดยไม่ได้รับผลตอบแทนกลับมาโดยตรง ปกติเวลาเราไปช้อปปิ้งอะไรสักอย่าง สมมุติว่าซื้อเสื้อผ้า เราก็ได้เสื้อผ้ากลับมาใช่ไหมครับ แต่ภาษีเนี่ยเราจ่ายไปทีไรเราไม่รู้เลยว่าจะได้อะไรกลับมา แถมไม่ได้ลุ้นด้วย ถ้าเป็นหวยเอ้ย!! ล็อตเตอรี่จ่ายไปแล้วยังได้ลุ้นบ้าง แต่ภาษีนี่เราไม่รู้เลยว่า รัฐ (บาล) จะเอาเงินไปทำอะไร ทำถนน สร้างสาธารณูปโภค ไปลงทุน หรือไปทำอะไรบ้าง อันนี้เราตอบไม่ได้เลย เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่กลับมาโดยตรง เราจะไปบอกว่า เฮ้ย สะพานลอยหน้าบ้านเนี่ย เป็นเงินภาษีของเรา แบบนี้ก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ และทั้งหมดนี้คือที่มาของคำว่าภาษีที่เราไม่เคยรู้สักทีว่าได้อะไรกลับมาบ้าง แต่ที่เราต้องจ่ายเพราะมันเป็น “หน้าที่” ของคนไทยทุกคนต่างหากครับ

2. ภาษีเบื้องต้นที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้ มีอะไรบ้าง

สำหรับภาษีที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้ทั้ง แบ่งออกเป็นสองประเภทคือ “ภาษีทางตรง” และ “ภาษีทางอ้อม” ภาษีทางตรงคือ ภาษีที่เราทุกคนต้องจ่ายด้วยตัวเอง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ที่เราต้องจ่ายในทุกๆปี

อีกประเภทหนึ่งคือ ภาษีทางอ้อมที่สามารถ ผลักภาระให้คนอื่นจ่ายแทนได้ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม เวลาเราไปซื้อของจากห้างสรรพสินค้า สมมุติว่าของราคา 100 บาท เค้าจะคิดภาษีมูลค่าเพิ่มเรารวมอยู่ในนั้นแล้ว 7% บวกไว้ในราคาสินค้าและบริการ
สำหรับชีวิตคนธรรมดาของคนเรา หลักๆ น่าจะเจอมีภาษีสองประเภทนี้ที่ต้องเจอครับ ภาษีทางตรง เสียจากเงินได้ของเรา ส่วนภาษีทางอ้อม เสียจากการใช้จ่ายของเรา ตราบใดถ้าชีวิตมีเงินได้ และมีค่าใช้จ่ายเราต้องเสียภาษีแน่นอนครับ

3. เงินได้อะไรเสียภาษีบ้าง และเงินได้อะไรที่ไม่เสียภาษี

ข่าวร้าย คือ เงินได้ทุกประเภทต้องเสียภาษี เพราะความหมายของคำว่า “เงินได้” ตามกฎหมายนั้น หมายความรวมตั้งแต่ เงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์ส่วนเพิ่ม ภาษีที่คนอื่นออกให้เรา เครดิตเงินปันผล ว่าพวกนี้ถือว่าเป็นเงินได้ทั้งหมด

แต่ในข่าวร้ายก็มีข่าวดีเช่นกันครับ เพราะมีเงินได้บางประเภทที่กฎหมายได้ให้สิทธิยกเว้นภาษีไว้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เงินที่พ่อแม่จ่ายให้ลูกเพื่อเลี้ยงดู ลูกได้รับเงินต้องถือเป็นรายได้ แต่กฎหมายบอกว่า เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ นอกจากนั้นก็มีรายละเอียดอื่นๆที่ระบุไว้ในมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฏากรครับว่ามีเงินได้ประเภทไหนได้รับยกเว้นภาษีบ้าง

อีกข้อนึงที่คนสงสัย คือ เรื่องของการยื่นแบบภาษี กับการเสียภาษี คนมักจะได้ยินว่าถ้ารายได้ไม่ถึง 150,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี เพราะได้รับยกเว้นตามกฎหมาย ใช่แล้วครับ แต่ทว่า!!! เรามีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการอยู่ดี เพราะกฎหมายได้บอกไว้ว่า สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้ต่อปีไม่ถึง 50,000 บาท อันนี้ถึงจะได้รับสิทธิไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการต่างหากจ๊ะ

4. การวางแผนภาษี/คำนวณภาษีอย่างไรสำหรับมนุษย์เงินเดือน หรือผู้มีรายได้มือใหม่

วิธีการคำนวณเงินได้มี 2 วิธี คือ วิธีคำนวณจากเงินได้สุทธิ กับ วิธีคำนวณจากเงินได้พึงประเมิน ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียวเลย จะคำนวณตามแบบเงินได้สุทธิ คือ เงินได้ หัก ด้วยค่าใช้จ่าย และ ค่าลดหย่อน แล้วจึงค่อยไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบก้าวหน้า

อัตราภาษี

1) เงินได้มาจาก เงินเดือนที่เราได้รับทั้งปี
2) ค่าใช้จ่าย กฎหมายกำหนดให้หักได้สูงสุด 40% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 60,000 บาท
3) ค่าลดหย่อนก็จะมีมากมายครับ ลดหย่อนส่วนตัว ลดหย่อนสามีภรรยา บุตร หรือพวก ประกันชีวิต LTF RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อะไรพวกนี้ เมื่อเสร็จแล้วมาหักด้วยเงินบริจาค โดยหักได้สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิที่หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เหลือเท่าไรค่อยมาคำนวณตามอัตราภาษีก้าวหน้า

อ่านวิธีคำนวณได้ที่บทความนี้ครับ
[ภาษีง่ายโพดๆ] ตอนที่ 18 : มนุษย์เงินเดือนโสดสนิท เค้าคิดภาษีกันอย่างไร

5. เคล็ดวิธีลดหย่อนภาษี สำหรับมนุษย์เงินเดือน

สำหรับมนุษย์เงินเดือน @TAXBugnoms อยากจะแนะนำให้สนใจในส่วนของ ค่าลดหย่อนที่เป็นการออมเงินไปด้วยในตัว เช่น LTF, RMF ประกันชีวิต และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มากกว่าค่าลดหย่อนประเภทอื่นๆ เพราะเราได้ทั้งผลตอบแทนจากการลงทุน และประโยชน์จากการประหยัดภาษีไปพร้อมๆกันครับ

ค่าลดหย่อนออม

6. แล้วถ้า LTF / RMF ยกเลิกขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร

จริงๆแล้วต้องบอกว่า RMF นี่ไม่มีกฎหมายให้ยกเลิกนะครับ มีแต่ LTF ที่บอกว่าให้ซื้อได้ปี 2559 เป็นปีสุดท้าย และถ้ามีการยกเลิกขึ้นมาจริงๆ ส่วนที่น่าจะส่งผลก็คือตลาดหุ้นไทย เพราะ LTF นั้นลงทุนในหุ้นเป็นหลัก ส่วน RMF นั้นลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท พันธบัตร ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ น้ำมันฯลฯ

ทีนี้ถ้าพูดถึงผลกระทบ LTF กับ RMF ที่ลงทุนในหุ้น คิดว่าส่งผลต่อตลาดหุ้นระดับหนึ่งเลยครับ เพราะการลงทุนใน LTF/RMF เริ่มต้นจากสิทธิประโยชน์ในด้านภาษีเป็นการจูงใจให้คนลงทุน ดังนั้น ถ้าเกิดเลิกขึ้นมาจริงๆ คนอาจจะลงทุนน้อยลงเพราะแรงจูงใจหมดไป ส่วนคนเก่าที่ครบกำหนดอายุขายตามกฎหมายได้ก็อาจจะมีทยอยขายออกไปอีก ถามว่าเงินหายจากตลาดหุ้นไหม ตอบได้เลยแบบไม่กั๊กว่าคงจะมีหายไปบ้าง

แต่ส่วนผลกระทบต่อราคาหน่วยลงทุนตกลงหรือไม่นั้น สำหรับคนที่ถือหน่วยลงทุน LTF อยู่นั้น ต้องดูว่ากองทุนที่เราซื้อไปลงทุนในหุ้นตัวไหนบ้าง ถ้าหุ้นตัวพวกนั้นราคาไม่ตกลงมา ราคาหน่วยลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนก็ไม่น่าจะตกตามครับ

ส่วนตัวผมคิดว่าเราต้องมาดูกันต่อว่าเงินที่หายออกไปจากส่วนนี้ มันจะหายไปไหน ถ้ามันยังเข้ามาในตลาดหุ้นก็ไม่น่าห่วง แต่ถ้ามันหายไปที่อื่นเลย ก็คงกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ ขอฝากข้อคิดไว้ว่า…เรื่องภาษี ทุกคนจำเป็นต้องรู้ เพราะว่าเราทุกคนต้องรับผิดชอบชีวิตของตัวเองครับ เพราะเรื่องของภาษีนั้น ตามกฎหมายถือว่าเป็นหน้าที่ของผู้มีหน้าที่เสียภาษี นั่นคือตัวเรา ไม่ใช่คนอื่น อีกอย่างมันส่งผลต่อการออม การวางแผนการเงิน การใช้จ่ายและเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย

การวางแผนภาษีที่ดีคือจุดเริ่มต้นในการวางแผนการเงินของเราครับ มันต่อยอดไปที่การลงทุนได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนทั้งเรื่องประกันชีวิต LTF RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่างๆ คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่ายาก ว่าเยอะ ลำบาก เปลืองเงินจ้างคนอื่นมาดูแลบ้าง บางทีก็เชื่อกันมาแบบผิดๆ ว่ามีนู่นนั่นนี่ไม่ต้องเสีย เค้าว่ากันว่า ไอ้เค้านี่แหละครับตัวดี เพราะเวลาโดนประเมินภาษี ใครโดนครับ เราโดนเองล้วนๆ ยอมรับว่า.. ตอนแรกมันอาจจะยากในการเข้าใจ แต่รับรองว่าถ้าเข้าใจแล้วมันจะติดตัวเราตลอดไปและได้ประโยชน์แน่นอนคร้าบบบบ

สุดท้าย (ของสุดท้ายอีกที) หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ไม่มากก็น้อยนะคร้าบบ

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy