fbpx

[ภาษี] ขายของออนไลน์ เค้าเสียภาษีกันยังไง? [1]

โพสต์เมื่อ: 26 ก.ค. 2014

ป้ายกำกับ: , ,


บทความนี้มีที่มาจากกระทู้หนึ่งในพันทิป “ร้านค้าออนไลน์ + งานอย่างอื่น รายได้เกิน 1.8 ล้านต่อปี เปิดบัญชีใหม่ดีไหมครับ?” และแฟนเพจ @TAXBugnoms  ท่านหนึ่งได้เอามาแชร์ไว้ในเพจครับ ผมเห็นว่าประเด็นนี้น่าสนใจดีเลยเอามาขยายประเด็นเรื่องนี้ให้ฟังกันครับ เนื่องจากยังมีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเสียภาษีของธุรกิจขายของออนไลน์อยู่มาก

เอาล่ะครับ… ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่า “การเปิดร้านค้าออนไลน์” นั้น ถ้าหากมีรายได้ก็ต้องเสียภาษีเหมือนการขายของทั่วไปตามปกติ โดยเราต้องเสียภาษีทั้งสองประเภท ได้แก่

1. ภาษีทางตรง อย่าง “ภาษีเงินได้” ถ้าหากเป็นร้านค้าที่ดำเนินการโดยบุคคลธรรมดา ก็เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในชื่อของบุคคลธรรมดาที่เป็นเจ้าของร้าน หรือถ้าจดทะเบียนพาณิชย์เป็นชื่อร้าน ก็เสียในนามชื่อร้านค้าครับ โดยภาษีจะมาจากการคำนวณ “เงินได้สุทธิ”

แต่ถ้าหากจดทะเบียนเป็น “นิติบุคคล” อย่างห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท อันนี้ก็ต้องเสียเป็นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเสียในนามของชือห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทฯที่จดทะเบียนนั่นแหละครับ ซึ่งภาษีเงินได้นิติบุคคลนั้นจะคำนวณจาก “กำไรสุทธิ”

แต่ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ไม่รู้ว่าตัวเองเปิดร้านขายของแล้วต้องเสียภาษีเงินได้นั้น มักจะเป็นบุคคลธรรมดามากกว่า ก็ขอบอกตรงๆ ณ จุดนี้อีกครั้งเลยนะครับว่า “มีเงินได้จากการขายของออนไลน์ต้องเสียภาษี”

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล(อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล)

2. ภาษีทางอ้อม อย่าง “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” นั่นคือกรณีที่เรามีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี เราจะมีภาระภาษีอีกอย่างหนึ่งเกิดขึ้นมานอกจากภาษีเงินได้ที่เราต้องเสียในทุกๆปี

โดย “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” คือ ภาษีที่เรียกเก็บจากบุคคลที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการ โดยจัดเก็บเฉพาะจากมูลค่าส่วนที่ “เพิ่มขึ้น” ในแต่ละขั้นตอนของการผลิต การจำหน่ายหรือการให้บริการ

สำหรับวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มทั่วไปนั้นจะเรียกว่า วิธีภาษีขายหักด้วยภาษีซื้อ หรือ ภาษีขายลบด้วยภาษีซื้อ และถ้าหากในเดือนไหนภาษีขายมีมากกว่าภาษีซื้อ ส่วนต่างนี้จะถูกนำส่งให้แก่กรมสรรพากร ดังนั้น สำหรับการขายสินค้าที่ดีและถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลายจึงควร “ตั้งราคา” ที่ไม่รวมภาษีไว้ก่อน แล้วจึงค่อยคำนวณ “ภาษี” บวกเข้าไป “เพิ่ม” ซึ่งอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของประเทศไทยนั้นกำหนดไว้ที่ 7%

ตัวอย่างเช่น ขายสินค้าในราคา 1,000 บาท ต้องบวก “ภาษีขาย” เข้าไปอีก 70 บาท เมื่อเรียกเก็บจากลูกค้า จะต้องเรียกเก็บในราคา 1,070 บาท

สำหรับบุคคลธรรมดา ร้านค้าออนไลน์ เมื่อต้องเสียภาษีทั้ง 2 ประเภทแล้ว วิธีการคำนวณภาษีให้คิดแบบนี้ครับ

1. กรณีที่รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี จะเสียภาษีแค่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
2. กรณีที่รายได้มากกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี จะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีมูลค่าเพิ่ม

โดยวิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีขายของออนไลน์ เป็นดังนี้คร้าบบบ

1. เงินได้จากการขายของออนไลน์ ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8
2. สามารถหักค่าใช้จ่าย 2 วิธีคือ แบบเหมา และ แบบตามความจำเป็นและสมควร ดังนี้

– แบบเหมาในอัตรา 80%
– แบบตามจำเป็นและสมควรที่มีเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายที่ครบถ้วนและถูกต้อง

3. ส่วนที่เหลือคือ “ค่าลดหย่อน”
4. นำเงินได้ในข้อ 1 มาลบค่าใช้จ่ายตามข้อ 2 และค่าลดหย่อนตามข้อ 3 เพื่อหาเงินได้สุทธิ
5. หลังจากนั้นคูณด้วยอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อีกวิธีหนึ่ง ถ้าหากมีเงินได้จากการขายของออนไลน์เกิน 1,000,000 บาทต่อปี 
เราต้องคำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมินโดยนำ 0.5% มาคูณเงินได้ของเราด้วยครับ
และหลังจากนั้น ให้นำมาเปรียบเทียบกับภาษีที่คำนวณจากเงินได้สุทธิ
หากคำนวณจากวิธีไหนได้มากกว่าให้ใช้วิธีนั้นในการเสียภาษีครับ!!

และวิธีการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีขายของออนไลน์ เป็นดังนี้ครับ

1. ทุกครั้งที่ขายสินค้า อย่าลืมบวกภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7%
2. ทุกครั้งที่ซื้อสินค้า อย่าลืมขอใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง
3. ในทุกๆเดือน นำภาษีที่ขายในข้อ 1 มาหักออกจากภาษีซื้อในข้อ 2
4. ผลต่างจากข้อ 3 ให้นำส่งแก่กรมสรรพากร

และทั้งหมดนี้คือ วิธีการเสียภาษีสำหรับคนขายของออนไลน์ทั้งหลายครับ สำหรับตอนต่อไปจะเป็นเรื่องของวิธีการคำนวณภาษีสำหรับธุุรกิจออนไลน์ในทางปฎิบัติ ถ้าหากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ มีคำถามอะไรสำหรับเรื่องนี้ อย่าลืมคอมเม้นท์ไว้ด้วยนะคร้าบ

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy