fbpx

[ภาษี] ถ้าเค้ายกเลิก LTF และ RMF มันจะเจ็บแค่ไหน

โพสต์เมื่อ: 27 มิ.ย. 2014

ป้ายกำกับ: , , , ,


เนื่องจาก @TAXBugnoms ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลงาน “มองรอบด้านกองทุน LTF และ RMF” โดย คุณวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน จากทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงนำมาเรียบเรียงประเด็นสำคัญให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆฟังว่ามีประเด็นสำคัญอะไรบ้างที่น่าสนใจจากงานนี้ครับ

ทั้งหมดมาจากข่าวที่ว่ากรมสรรพากรเตรียมทบทวนปรับปรุงรายการลดหย่อนและยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นหนึ่งในรายการที่จะพิจารณายกเลิก และ @TAXBugnoms ก็เคยวิเคราะห์ในประเด็นเรื่องนี้ไปในบทความภาษีเมื่อสัปดาห์ก่อน หากใครสนใจสามารถอ่านย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

[ภาษี] เค้าจะยกเลิก LTF และ RMF จริงๆหรือครับ

แต่สำหรับข้อมูลงาน “มองรอบด้านกองทุน LTF และ RMF” นั้น สามารถสรุปประเด็นได้ดังนี้ครับ

ใครกันแน่ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายนี้

กลุ่มแรก คือ ประชาชนที่อยู่ในระบบภาษี โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ มนุษย์เงินเดือน และผู้ประกอบอาชีพอิสระ โดยมีคนกลุ่มนี้ที่มีรายได้เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษี 2,574,561 คน จากผู้ยื่นแบบเสียภาษีทั้งหมดจำนวน 9,373,361 คน (จากข้อมูลปี 2553) สำหรับกลุ่มนี้ได้สิทธิประโยชน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

• การลดหย่อนภาษี ส่งผลต่อการบริโภคและการออมที่เพิ่มมากขึ้น
• ได้โอกาสรับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น รวมถึงการมีทัศนคติที่ถูกต้องในการออมระยะยาว
• ได้ความรู้ด้านการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้เหมาะสมกับอายุและความเสี่ยง
• ได้ “ความรู้เรื่องทางการเงิน” (Financial Literacy)
• มีโอกาสที่จะเพิ่มความมั่งคั่งในระยะยาว ซึ่งนำไปสู่ชีวิตที่มั่นคงทางการเงินที่มากขึ้น
• ไม่มีความเหลื่อมล้ำในการเก็บออม ระหว่างมนุษย์เงินเดือน ผู้ใช้แรงงาน ข้าราชการ ที่สามารถนำเงินสะสมไปลดหย่อนภาษีได้
• ข้าราชการและพนักงานเอกชนจะได้โอกาสการออมเพิ่มเติม

กลุ่มที่สอง คือ ตลาดทุนไทย ตลาดหุ้นจะมีเสถียรภาพที่ดีขึ้น เนื่องจาก LTF และ RMF เป็นการลงทุนระยะยาว ส่งผลให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยไม่ผันผวน รวมถึงระบบการเงินไทยในภาพรวมจะมีเสถียรภาพและเข้มแข็งมากขึ้น

กลุ่มสุดท้าย คือ ภาครัฐและประเทศชาติ

• ภาครัฐจะมีรายได้ภาษีสูงขึ้นทางอ้อม เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอย
• ภาคสังคมเข้มแข็งมากขึ้นเนื่องจากประชาชนเก็บออมเงินไว้ยามเกษียณอายุเพิ่มมากขึ้น
• ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากประชาชนมีความรู้ในการลงทุนมากขึ้น
• เสถียรภาพของเศรษฐกิจประเทศดีขึ้นในระยะยาว เนื่องจากมีตลาดทุนที่เข้มแข็ง

ณ ปัจจุบัน ขนาดของกองทุนและจำนวนบัญชีของกองทุนทั้งสองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 31 ธันวาคม 2556 จำนวนกองทุนและขนาดของกองทุนเป็นดังนี้

1. กองทุน LTF มีขนาด 213,912 ล้านบาท จำนวน 960,248 บัญชี
2. กองทุน RMF มีขนาด 136,855 ล้านบาท จำนวน 492,446 บัญชี

โดยกองทุน LTF และ RMF เฉพาะที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น แม้จะยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับมูลค่าของตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ 31 ธันวาคม 2556 กองทุนทั้งสองมีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 2.3 ของมูลค่าของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศที่เพิ่มขึ้น

ยกเลิก RMF LTF

และจากผลสำรวจผู้ลงทุนในกองทุนรวม LTF และ RMF ในงาน Money Expo Bangkok 2014 วันที่ 8-11 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา (กลุ่มตัวอย่างจำนวน 125 คน) พบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงนิยมลงทุนทั้งกองทุนรวม LTF และ RMF อยู่เช่นเคย

ประเด็นความเป็นธรรมด้านภาษี

คำถามที่ว่า LTF และ RMF เอื้อประโยชน์ให้กับคนรวย เนื่องจากสามารถนำเงินมาลดหย่อนได้สูงถึงห้าแสนบาท เพราะการจัดเก็บภาษีที่ดีจะต้องก่อให้เกิดความเป็นธรรมหรือความเสมอภาคในกลุ่มผู้ที่เสียภาษีทุกกลุ่ม การเก็บภาษีตามหลักความสามารถในการเสียภาษี (Ability-to-Pay) นั้นอาจจำแนกออกเป็น 2 หลักใหญ่ คือ

• ความเป็นธรรมตามแนวนอน หมายถึง ผู้ที่มีรายได้เท่าเทียมกันต้องเสียภาษีในอัตราเท่ากัน
• ความเป็นธรรมตามแนวตั้ง หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถเสียภาษีแตกต่างกัน ควรจะเสียภาษีในจำนวนที่แตกต่างกัน โดยผู้มีรายได้สูงควรเสียภาษีในอัตราที่สูงกว่าผู้มีรายได้น้อย

เมื่อพิจารณาโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปัจจุบัน เราจะพบว่ายังสอดคล้องกับหลักความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีที่ระบุไว้อยู่ คือบุคคลที่มีรายได้ในช่วงเดียวกันต้องจ่ายภาษีในอัตราที่เท่ากัน (ความเป็นธรรมตามแนวนอน) ในขณะที่บุคคลกลุ่มที่มีรายได้ในช่วงที่สูงกว่าก็ต้องเสียภาษี ในอัตราสูงขึ้น (ความเป็นธรรมตามแนวตั้ง) และจากตารางจะเห็นว่า ถ้าทุกคนใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเต็มจำนวน คนที่มีรายได้มาก ย่อมลดหย่อนได้เป็นจำนวนมากแต่ถ้านำเงินที่ได้ลดหย่อนมาคิดเป็นสัดส่วนเทียบกับจำนวนภาระภาษีเดิมแล้ว ผลปรากฏว่า “คนรวย” จะประหยัดภาษีได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น

RMF LTF ยกเลิก

ผลกระทบหากมีการยกเลิกกองทุน LTF และ RMF

หากมีการยกเลิกกองทุน LTF และ RMF ขึ้นมาจริงๆในปี 2559 อาจจะเกิดเหตุการณ์ต่อไปนี้

• แผนการส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้เรื่องการออมผ่านทางการลงทุนในระยะยาวจะขาดความต่อเนื่องเพราะขาดสิ่งจูงใจ (สิทธิประโยชน์ทางภาษี)
• ความผันผวนรุนแรงของตลาดหลักทรัพย์ฯ อันอาจเกิดขึ้นได้เรื่อยๆ
• เสถียรภาพของเศรษฐกิจประเทศในระยะยาวจะไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร เนื่องจากจะไปลดความเข้มแข็งของตลาดทุนด้วยการทำให้ปริมาณเงินออมแบบผูกพันระยะยาวมีไม่มาก
• ส่งผลให้ภาคสังคมไม่เข้มแข็ง ความเหลื่อมล้ำทางรายได้สูง
• ภาครัฐจะมีภาระต้องเลี้ยงดูผู้ชราจำนวนมากขึ้นในอนาคต เนื่องจากประชาชนบางกลุ่มจะไม่มีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีพ เพราะไม่ได้มีการวางแผนการลงทุนเพื่อการเกษียณที่เหมาะสม

กล่าวโดยสรุปคือ การลงทุนในกองทุน RMF และ LTF ถือเป็นช่องทางเรียนรู้เรื่องการลงทุนของประชาชนที่ได้ผล เนื่องจากมีการลดหย่อนภาษีที่จูงใจให้เกิดการเริ่มต้นลงทุน ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงในการลงทุน แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการลงทุนระยะยาวตามเงื่อนไขของ RMF และ LTF ช่วยแก้ปัญหาการออมของคนไทยที่ยังมีความรู้ทางการเงินต่ำ อีกทั้งมีส่วนสำคัญในการสร้างเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อช่วยเพิ่มสัดส่วนผู้ลงทุนสถาบันเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดหลักทรัพย์ต่อไปในระยะยาว

จบข่าวแต่เพียงเท่านี้ … @TAXBugnoms รายงาน ไม่มีใครถ่ายภาพ สวัสดีคร้าบบบ

error: เว็บไซต์ป้องกันการ copy